ศาลยกฟ้องทักษิณ ให้คลังเข้าบริหารแผนฟื้นฟู “ทีพีไอ” ชี้ไม่เอื้อประโยชน์พวกพ้อง

ศาลฎีกานักการเมืองยกฟ้อง คดีทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าบริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย หรือ TPI

วันนี้ (29 ส.ค.) เวลา 09.00 น. ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้นัดฟังคำพิพากษาในคดีที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นจำเลย กรณีอนุมัติให้กระทรวงการคลังเข้าบริหารแผนฟื้นฟูกิจการ บมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) โดยมิชอบ หลังไต่สวนพยานเสร็จสิ้น

ศาลพิจาราณา ไต่สวนแล้วเห็นว่าการเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ของกระทรวงการคลัง เป็นการยินยอมของเจ้าหนี้ ซึ่งคือ ธ.กรุงเทพ และลูกหนี้ คือ บริษัท TPI และเป็นคำสั่งของศาลล้มละลายกลาง ที่เห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้ามาบริหารแผนฟื้นฟู ซึ่งเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์เศรษฐกิจในขณะนั้น เพื่อปกป้องเศรษฐกิจของประเทศ และปกป้องผลประโยชน์ทางพลังงานของประเทศไม่ให้ตกไปอยู่ในมือของต่างชาติ และที่มีการนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีโดยทรา อดีตนายกทักษิณไม่ได้ท้วงติงก็เป็นการเห็นชอบหลังศาลล้มละลายกลางมีความเห็นแล้ว

ประกอบกับ อดีตนายกทักษิณ ไม่ได้เข้าไปก้าวก่ายแทรกแซง ครอบงำ เอกชน และเอื้อประโยชน์พวกพ้อง แม้ อดีตนายกทักษิณจะมีหน้าที่กำกับดูแลกระทรวงการคลัง แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาพิเศษที่จะเข้าไปกระทำความผิด

ศาลจึงมีมติเสียงข้างมาก ว่า อดีตนายกทักษิณ ไม่ได้ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยชอบ ก่อมห้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด และละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตาม ม.157

ทั้งนี้สำหรับคดีดังกล่าว กล่าว ป.ป.ช.ชี้มูล ว่า นายทักษิณ มีความผิดระหว่างดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมีอำนาจหน้าที่ในการบริหารราชการแผ่นดิน ตาม พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ขณะที่ ร.อ.สุชาติ เชาว์วิศิษฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำเรื่องที่จะให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ TPI ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน จำเลยในฐานะนายกรัฐมนตรีทราบดีอยู่แล้วว่ากระทรวงการคลังเป็นส่วนราชการมีอำนาจหน้าที่เฉพาะตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา 10 แห่ง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ.2542 ไม่มีอำนาจเข้าไปบริหารกิจการของบริษัทเอกชน แต่จำเลยกลับเห็นชอบให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการ TPI

อีกทั้งยังได้เสนอรายชื่อรายชื่อบุคคลเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ด้วย ต่อมา ร.อ.สุชาติ ได้แจ้งไปยังสำนักฟื้นฟูกิจการของลูกหนี้ยินยอมให้กระทรวงการคลังเข้าไปเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ของ TPI และแจ้งรายชื่อตามที่จำเลยได้ให้ความเห็นชอบแล้ว เป็นผลให้ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งเมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม 2546 ให้กระทรวงการคลังเข้าเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ ซึ่งการกระทำของจำเลยเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อระบบราชการ

คดีนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ยื่นฟ้องจำเลยเมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2561 ศาลได้นัดไต่สวนพยานโจทก์ 3 ครั้ง คือ วันที่ 10 สิงหาคม, 14 สิงหาคม และ 21 สิงหาคม 2561 โดยโจทก์นำพยานเข้าไต่สวนรวม 6 ปาก