ก้าวข้ามสู่ประชาธิปไตย “หนุ่มปราจีน” เปิดใจเหตุผลคืนนกหวีดให้ลุงกำนัน [คลิป]

วันนี้ 9 พ.ย.61  ผู้สื่อข่าว จ.ปราจีนบุรีรายงานว่า   จากกรณีที่มีการแชร์ในกลุ่มเฟซบุ๊คหลายพันไลค์  เป็นภาพเหตุการณ์ชายหนุ่มคนหนึ่งเดินมาดักรอคณะนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำ กปปส.เมื่อหลายปีก่อน ในขณะนั้นกลุ่มแกนนำ กปปส.ใช้นกหวีดเป็นสัญญาลักษณ์ในการต่อสู้ทางการเมือง

ยับ !!! ตะโกนไล่ “สุเทพ” ไปบวชกลางตลาด

โดย ระหว่างที่คณะของนายสุเทพ เข้ามาทำกิจกรรมคาราวะแผ่นดินในพื้นที่ปราจีนบุรี ขณะเดินเปิดตัว  จู่ๆมีชายหนุ่มคนหนึ่งมายืนดักรอคณะของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เมื่อสบโอกาสเห็นนายสุเทพเดินผ่านมาจึงเดินเข้าไปหา และยื่นนกหวีดคืนให้กับมือของให้นายสุเทพแล้วก็เดินจากไป โดยนายสุเทพพยายามคล้องนกหวีดกลับคืนแต่หนุ่มดังกล่าวไม่ยินยอม   ขณะนั้นกลุ่มเพื่อนๆของชายหนุ่มส่งเสียงเชียร์อย่างได้ใจ  กระทั่งผ่านไปกลายเป็นกระแสที่โด่งดังทั่วประเทศ

วันนี้ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อขอสัมภาษณ์พิเศษ น้องใหม่ ซึ่งตอนแรกไม่ยอมให้สัมภาษณ์กับสื่อ แต่พอนักข่าวบอกว่าจะขอให้เปิดใจอยากจะพูดจะขอโทษสิ่งที่ทำไปจะให้พูด ซึ่งน้องใหม่ยินดีให้สัมภาษณ์ และขอให้มีการปิดบังใบหน้า ปิดบังชื่อสกุล เมื่อยื่นข้อตกลงกันแล้วผู้สื่อข่าวได้ตามไปสัมภาษณ์ถึงที่ทำงานที่ห้างฯแห่งหนึ่ง น้องใหม่บอกว่าวันที่เอานกหวีดไปคืนไม่ได้มีอะไรไม่ได้มีใครชักนำ ตนเคยร่วมกิจกรรมด้วยกับคณะนายสุเทพ เทือกสุบรรณที่ศูนย์ราชการ กทม.  มาครั้งนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไป

ตนเองเสียความตั้งใจเสียความรู้สึก จึงอยากนำนกหวีดมาคืนให้ วันนั้นตอนเอานกหวีดคืนให้นายสุเทพ ซึ่ง นายสุเทพยังบอกว่าวันนี้ไม่มีการเป่านกหวีด น้องใหม่บอกว่าไม่ได้ให้เอามาเป่าเอามาคืน   ที่ผ่านมาเคยไปร่วมเดินด้วย  นายสุเทพบอกว่า เอาเก็บไว้เป็นที่ระลึกตนบอกว่าไม่เอาแล้วไม่อยากได้ จากนั้นตนก็ได้เดินผละกลับออกมา พอเพื่อนๆนำภาพโพสต์ลงเฟชบุ๊กตนกลายคนดังมีทั้งคนเห็นด้วยและไม่เห็นด้วยหลายๆพันคนตนเองก็รู้สึกว่าไม่สมควรทำ  เพราะกระแสแรงมาก  มีทั้งสองด้านจึงรู้สึกไม่ดี

จากนี้ไปขออยู่แบบคนธรรมดาทั่วไปทำมาหากินแบบสุจริตดีกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมาอีกแล้วคิดดีก็ดีคิดไม่ดีอาจะมีผลกระทบต่อชีวิตการเป็นอยู่ และไม่เคยเข้าไปติดตามดูเฟชบุ๊คอีกเลยไม่ขอออกความคิดเห็นไม่ขอทำแบบนี้อีกแล้ว ตอนนี้ทุกคนต้องก้าวผ่านการเมืองแห่งความขัดแย้งร่วมกันให้ได้   ไม่แบ่งแยกสี-ฝ่าย  ที่มีนกหวีด  มีตีนตบกันอีกต่อไป ให้ก้าวพ้นข้ามสู่ประชาธิปไตยกันจริง ๆ