การเมือง

เปิดกลยุทธ์ “พลังประชารัฐ” ปูทาง คสช. คืนอำนาจ

ตอนนี้คงปฎิเสธไม่ได้ ว่า พรรคพลังประชารัฐ ให้การสนับสนุนพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา กลับเป็นนายกรัฐบมนตรีอีกสมัย ทำให้พรรค ต้องงัดทุกกลยุทธ์ ออกมาสู้ เพื่อโกยเสียง ส.ส.ให้ได้มากที่สุด

เปิดกลยุทธ์พลังประชารัฐ ปูทาง คสช. คืนอำนาจ

ผ่านพ้นช่วงฝุ่นตลบ อดีต ส.ส.ย้ายพรรคสังกัดไปเป็นที่เรียบร้อย พรรคการเมืองที่ดูเหมือนจะได้เปรียบคงหนีไม่พ้นพรรคพลังประชารัฐ เพราะดูดอดีต ส.ส. และอดีตรัฐมนตรี เข้าร่วมพรรคไปได้จำนวนมาก ขณะที่พรรคเพื่อไทย เลือดไหลออกไปกว่า 28 คน ไม่รวมที่ย้ายไป สังกัดพรรคไทยรักษาชาติ ส่วนพรรคประชาธิปัตย์ อดีต ส.ส.ย้ายไป 17 คน

ทั้งนี้ นายเจษฎ์ โทณะวณิก นักวิชาการด้านกฎหมาย มองว่า กลยุทธ์ที่พรรคพลังประชารัฐเลือกใช้ อาจดูเหมือนเป็นวิธีการเก่า แต่ด้วยระบบเลือกตั้งแบบจัดสรรปันส่วนผสม กาบัตรใบเดียว ก็ยังใช้ได้ เพราะระบบเลือกตั้งนี้ ให้ความสำคัญกับผู้สมัคร ส.ส. เป็นหลัก แต่ก็เสี่ยงหากพรรคนั้นไม่เข้มแข็งพอ ที่สำคัญหากคนมองว่าพลังประชารัฐ ก็คือประชานิยม กลยุทธ์ นี้ก็อาจใช้เรียกคะแนนได้ยากเช่นกัน

นายเจษฎ์ ยังชี้ให้เห็นข้อได้เปรียบของพลังประชารัฐ ว่า เป็นพรรคที่มีสิทธิ์ได้นายกรัฐมนตรี มากที่สุด เพราะ เขามีเสียง ส.ว. รออยู่แล้ว 250 เสียง แต่ในสายของพรรคคู่แข่ง อย่างพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ ที่แม้จะเป็นผู้เสียเปรียบ แต่พยายามงัดกลยุทธ์เพื่อหามุมได้เปรียบ ทั้งแตกพรรคสาขา และ ดึงคนรุ่นใหม่มาร่วมพรรค พร้อมต่างมองว่า การทำการเมืองแบบเก่า ไม่ได้เป็นเครื่องการันตีว่าจะได้ที่นั่ง ส.ส.ในสภา

ล่าสุด กกต.ประกาศเขตเลือกตั้งใหม่แล้ว แต่ก็ถูกกระแส วิพากษ์วิจารณ์ ว่าเป็นการเอื้อประโยชน์ให้พรรคพลังประชารัฐ เพราะก่อนจะประกาศเขตเลือกตั้ง หัวหน้า คสช.ได้ออกค่ำสั่ง เปิดทางให้ กกต.แบ่งเขตนอกเหนือจากที่รับฟังความเห็นจากประชาชนได้ ซึ่งก็ปรากฏว่า มี 18 จังหวัด

ที่ใช้รูปแบบที่ จังหวัดที่น่าสนใจ ได้แก่ นครราชสีมา ที่มีการแบ่งผ่าพื้นที่ของอำเภอพิมาย ฐานเสียงพรรคเพื่อไทย ออกเป็น 2 เขต เพื่อแยกไปแปะกับพื้นที่ อำเภอโนนสูง และอำเภอโนนไทย ซึ่งเป็นพื้นที่ ของอดีต ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่ย้ายไปอยู่พรรคพลังประชารัฐ และยังมี อำเภอคง อำเภอสีคิ้ว พื้นที่ของพรรคเพื่อไทยที่มีการผ่าพื้นที่แยกออกเป็น 2 เขต ด้วย

เช่นเดียวจังหวัดสุโขทัย จากเดิมปี 2554 ที่ประชาธิปัตย์มีที่นั่ง 2 เขต คือเขต 1 และเขต 2 แต่รูปแบบเขตเลือกตั้งล่าสุด มีการบีบอำเภอจากเขต 2 เข้าไปรวมกับเขต 1 ทำให้พื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์ เหลือเพียงเขตเดียว ส่วนเขตที่ 2 และเขตที่ 3 เป็นพื้นที่นายสมศักดิ์ เทพสุทิน จากพรรคพลังประชารัฐ ทำให้พรรคการเมืองหลายพรรค ถามหาความโปร่งใส จาก กกต.ชุดนี้

ด้วยระบบเลือกตั้งและกลไกของรัฐธรรมนูญ ที่เปิดทางให้ ส.ว. มีสิทธิ์เลือกนายกรัฐมนตรี ทำให้ปฎิเสธไม่ได้เลย ว่า ทุกอย่างถูกปูทางไว้ให้ผู้มีอำนาจกลับคืนสู้ตำแหน่งต่อ

และขณะนี้ทุกองคาพยพ ของพรรคพลังประชารัฐ พร้อมสู้ศึกเลือกตั้งแล้ว เหลือเพียงรอทาบเชิญ“พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ” ให้อยู่ในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรี ของพรรค ซึ่งล่าสุด พลเอกประยุทธ์ ก็รอการเทียบเชิญแล้ว