การเมือง

“นิด้าโพล” เผย “Gen Y” ชี้ อยากเห็นรัฐบาลใหม่ แก้ปัญหาปากท้อง

นิด้าโพล เผย คน Gen Y อยากเห็นพรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง และ หนี้สินประชาชน ขณะเดียวกันคาดหวังว่าหลังเลือกตั้งเศรษฐกิจจะดีขึ้น ขณะที่ตัวแทนจากหลายพรรคการเมืองเข้าร่วม เสวนา ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า อยากเห็นประเทศไทยหลุดพ้นจากวังวนของความขัดแย้ง และแก้ปัญหาปากท้องให้กับประชาชน

นิด้าโพลเผย Gen Y หวังพรรคการเมืองชูนโยบายแก้ปัญหาปากท้อง

“นิด้า โพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “Gen Y กับการเลือกตั้ง 2562” ในหัวข้อนโยบายที่คน Gen Y อยากเห็นจากพรรคการเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงนี้

พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 66.53 ระบุว่า อยากเห็นนโยบายแก้ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 32.83 อยากเห็นนโยบายป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน การใช้อำนาจโดยมิชอบ ขณะที่ ร้อยละ 30.62 ระบุว่า นโยบายการควบคุมราคาสินค้า ลดการผูกขาด

สิ่งที่คน Gen Y คิดว่าไม่ถูกต้อง หรือรับไม่ได้มากที่สุด ร้อยละ 45.02 ระบุว่า เป็นเรื่องเศรษฐกิจตกต่ำ , ร้อยละ 15.27 ระบุว่า เป็นเรื่องทุจริตคอร์รัปชัน ผู้มีอิทธิพล ขณะที่ ร้อยละ 13.05 ระบุว่า เป็นเรื่องความขัดแย้งทางการเมืองของคนในประเทศ

เรื่องที่คน Gen Y คาดหวังมากที่สุดหลังการเลือกตั้ง พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 58.70 ระบุว่า เศรษฐกิจภาพรวมของประเทศที่ดีขึ้น รองลงมา ร้อยละ 12.03 ระบุว่า ส่งเสริมการเพิ่มอาชีพ ลดการว่างงาน และร้อยละ 10.21 ระบุว่า พัฒนาด้านการศึกษาให้มีคุณภาพมากขึ้น

ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงการขับเคลื่อนประเทศไทยที่คน Gen Y อยากเห็นในอนาคต พบว่า ร้อยละ 38.13 ระบุว่า แก้ปัญหาการขัดแย้ง , ร้อยละ 36.63 ระบุว่า การทำนโยบายสาธารณะที่มาจากประชาชนร่วมกันคิด ขณะที่ร้อยละ 16.85 ระบุว่า ยกระดับคุณภาพการบริการด้านสาธารณสุขและสุขภาพ

ขณะเดียวกัน นิด้า ยังได้การจัดเสวนาจับตาการเลือกตั้ง ครั้งที่ 1 ในหัวข้อ “Gen Y กับการเลือกตั้ง 2562” เพื่อแลกเปลี่ยนความเห็นคน Gen Y และนักวิชาการคนรุ่นใหม่ ในการขับเคลื่อนประเทศและทัศนคติต่อการเลือกตั้งที่กำลังจะเกิดขึ้น

โดย นายภราดร ปริศนานันทกุล ตัวแทนจากพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทย ตกอยู่ในวังวนความขัดแย้งมาตลอด 4 ถึง 5 ปี เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีรัฐบาลไหนจะต่อสู้เพื่อประชาชน มีแต่มุ่งแก้ปัญหาทางการเมืองเท่านั้น ส่วนตัวอยากเห็นรัฐบาลทำงานเพื่อประชาชน เพราะมีปัญหาที่ต้องแก้ไข เช่น ปากท้องประชาชนและปัญหาความขัดแย้ง ซึ่งพรรคภูมิใจไทย มองเห็นในจุดนี้ จึงนำมาเป็นนโยบายเพื่อจะนำเสนอประชาชน

ด้าน นายอรรถวิทย์ สุวรรณภักดี จากพรรคประชาธิปัตย์ บอกว่า ส่วนตัวผ่านเหตุการณ์ทางการเมืองมาแล้วหลายครั้ง จึงอยากเห็นผลงานด้านเศรษฐกิจทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ในสมัยก่อนพรรคประชาธิปัตย์เคยทำโครงการประกันรายได้ของคนยากจะไร้ ทำให้ประชาชนเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึง การกระจายอำนาจ ที่ตอนนี้ยังไปไม่สุดทาง อยากให้มีการเร่งรัดกระจายอำนาจให้ทั่วถึง

ขณะที่ นางสาว ขัตติยา สวัสดิผล ตัวแทนพรรคไทยรักษาชาติ ระบุว่า การใช้เทคโนโลยีมีความสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศ ที่ผ่านมา 4 ถึง 5 ปี ประเทศหยุดนิ่งมาพอสมควร จึงทำให้ประเทศยังไม่ก้าวหน้า โดยกฎหมายต่างๆ จะต้องได้รับการแก้ไข แต่สิ่งที่เป็นอุปสรรค คือ การไม่เป็นประชาธิปไตย และตัวเองไม่อยากเห็นความเหลื่อมล้ำทางสังคม จึงอยากให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ทำอย่างไรให้คน Gen Y ที่อยู่ในต่างจังหวัด มีความเท่าเทียมกับคน Gen Y ในกรุงเทพฯ

นายสุรชาติ เทียนทอง จากพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ปัญหาสำคัญที่สุด คือ อยากให้หยุดการรัฐประหาร และมีการแก้รัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน เพราะไม่มีประเทศใด ที่จะมีการรัฐประหาร ทุก 6 ปี และมีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ทุก4 ปี จึงเรียกร้องให้ยุติและผูกขาดการรัฐประหาร รวมถึง การปลดล็อคทางการเมือง

นางวทันยา วงษ์โอภาสี ตัวแทนจากพรรคพลังประชารัฐ บอกว่า ประเทศยังอยู่ในวังวนของความขัดแย้งมานานนับสิบปี จึงเป็นปัญหาทำให้ประเทศไม่พัฒนา จึงอยากเข้ามาทำงานให้กับประชาชน เพราะอยากเห็นคนไทยรวมพลังร่วมมือให้ประเทศมีทางออก พร้อมยกตัวอย่าง เหตุการณ์ 13 หมูป่า ติดถ้ำหลวง ที่สะท้อนถึงความร่วมมือและความสามัคคีของคนในชาติ