ประเดิมสนาม! “สมชัย” บี้ กกต. สอบโต๊ะจีนระดมทุน

อดีต กกต. สมชัย ประเดิมสนามการเมือง แถลงในนามสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครั้งแรก จี้ กกต. สอบปม ระดมทุนพลังประชารัฐ ขัดพรป.พรรคการเมือง ใช้อำนาจในตำแหน่งรัฐบาล เรี่ยไรเงินบริจาคหรือไม่

“สมชัย” ประเดิมสนาม จี้สอบโต๊ะจีนระดมทุน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ในฐานะ สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ประเดิมสนามแถลงข่าวครั้งแรก หลังเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อย่างเป็นทางการ ถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์กรณีการจัดโต๊ะจีนระดมทุน ของพรรคพลังประชารัฐ

โดยอ้างแผนผังโต้ะจีน จากสำนักแห่งหนึ่งที่ปรากฏชื่อ ข้าราชการการเมืองตั้งแต่ระดับรัฐมนตรี รวมถึงที่ปรึกษาซึ่งอาจเข้าข่ายการใช้อำนาจตำแหน่งทางการเมือง เผื่อเรื่อไรเงินบริจาค

โดยยกมาตรา 73 ของพรป.พรรคการเมือง ที่ห้ามมิให้ข้าราชการการเมืองใช้สถานะหรือตำแหน่งหน้าที่เรี่ยไร หรือชักชวนบริจาคให้พรรคการเมือง ซึ่งกรณีดังกล่าวปรากฏชื่อท่านเลขา ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีชื่อจองใน4 โต้ะ รวมเป็นเงิน 12 ล้านบาท ทั้งนี้จะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นการจองในนามบุคคลหรือใช้อำนาจในการเรี่ยไร เพราะถ้าเป็นในนามบุคคลจะบริจาคได้ไม่เกิน 10 ล้านบาทเท่านั้น

ส่วนในอีก 2 ล้านบาท ที่เกินมา ก็ต้องตรวจสอบที่มาของเงินว่าใครบริจาค และมาจากการใช้อำนาจเรี่ยไรหรือไม่ เนื่องจากจะผิดกฏหมายฟอกเงิน รวมถึงกรณีของนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ที่มีชื่อบริจาค 1 โต๊ะ 3 ล้านว่าที่มาจากเงินส่วนตัวหรือไม่

นอกจากนี้ ยังได้ชี้ให้เห็นช่องว่างทางกฎหมาย โดยยกกรณีของ ดร.เอก หรือ นายณพพงษ์ ธีระวร ที่ปรึกษากระทรวงพาณิชย์และกระทรวงอุตสาหกรรม ที่ปรากฏชื่อจอง 24 โต๊ะเป็นเงินถึง 72 ล้านบาท ซึ่งนายสมชัย แสดงความกังวล ว่ามีความลึกลับซับซ้อน เนื่องจากตำแหน่งของเจ้าตัวไม่ได้เป็น

ข้าราชการทางการเมืองโดยนิตินัย เพราะไม่ได้ประกาศ ในราชกิจจานุเบกษา แต่เป็นการใช้อำนาจของรัฐมนตรีในการแต่งตั้ง จึงไม่เข้าข่ายในมาตรา 73 แม้ไม่ผิดกฎหมาย แต่รัฐมนตรีที่แต่งตั้งต้องละอาย

พร้อมเรียกร้องให้ กกต. เดินหน้าตรวจสอบข้อเท็จจริง ขออย่าทำงานเชิงลับ โดยให้เร่งติดต่อไปยังพลังประชารัฐเพื่อขอดูแผนผังโต๊ะจีนและรายชื่อแขกทั้งหมดที่มีการลงทะเบียน ขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดจากสถานที่จัดงาน ออแกไนเซอร์ผู้รับงาน รวมไปถึงสำนักข่าวอิศราที่มีการเปิดเผยแผนผังว่าได้มาจากที่ใด

เพราะหากกกต นิ่งเฉย จะทำให้เสื่อม และเชื่อว่าเค้าก็ตอบไม่ได้หูหนวกตาบอดให้โอกาส กกต. ได้ทำงานคาดว่าในหนึ่งสัปดาห์จะมีความชัดเจนในการดำเนินการไม่เช่นนั้นจะเข้าข่ายละเลยการปฏิบัติหน้าที่

ส่วนข้อกังวลที่เรื่องดังกล่าวเป็นการกระทำก่อนที่จะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งจึงไม่เป็นความผิดนั้น นายสมชัย ระบุว่า หากเป็นคนของกกต. กล่าว ขอให้ไปอ่านกฎหมายใหม่ ที่ระบุไว้ชัดเจนในมาตรา 22 วรรค รองสุดท้าย พรป.กกต.

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

หรือเป็นไม้เด็ดของนาย นายมีชัย ฤชุพันธ์ อดีตประธาน กรธ. ที่ระบุข้อความไว้ชัดเจนว่า ให้อำนาจ กกต. ควบคุมกำกับดูแลการเลือกตั้งให้เป็นไปโดยสุจริต ไม่ว่าจะเป็นเวลาในระหว่างประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกตั้งหรือไม่ก็ตาม