การเมือง เลือกตั้ง62

เลือกตั้ง 62 : นิด้าโพลชี้ คนไทยอยากให้ “เพื่อไทย” เป็นแกนนำตั้งรัฐบาล พร้อมหนุน “ลุงตู่” เป็นนายกฯ

“นิด้าโพล” เผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562” พบประชาชนส่วนใหญ่ยังสนับสนุน “ประยุทธ์” เป็นนายกรัฐมนตรี แต่อยากให้เพื่อไทยเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “เกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4 – 7 กุมภาพันธ์ 2562 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา และอาชีพ รวมทั้งสิ้น จำนวน 2,091 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับการเกาะติดสถานการณ์ การเลือกตั้ง 2562 ช่วงก่อนวันสุดท้ายของการรับสมัคร ส.ส. และเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” ด้วยวิธีแบบแบ่งชั้นภูมิ (Stratified Random Sampling) โดยแบ่งชั้นภูมิตามภูมิภาค จากนั้นในแต่ละภูมิภาคสุ่มตัวอย่างด้วยวิธีแบบง่าย (Simple Random Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความเชื่อมั่นที่ร้อยละ 95.0

จากการสำรวจบุคคลที่จะสนับสนุนให้เป็นนายกรัฐมนตรี (10 อันดับแรก) พบว่าประชาชน ร้อยละ 26.06 สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา รองลงมา คือคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ร้อยละ 24.01 , ร้อยละ 11.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ , ร้อยละ 11.43 ระบุว่าเป็น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ , ร้อยละ 6.26 ระบุว่า ไม่สนับสนุนใครเลย , ร้อยละ 5.98 ระบุว่าเป็น นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ , ร้อยละ 5.50 ระบุว่าเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส , ร้อยละ 4.54 ระบุว่าเป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ , ร้อยละ 1.15 ไม่ระบุ และสุดท้าย ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น นางสาวกัญจนา ศิลปอาชา

ขณะที่พรรคการเมืองที่ให้ได้คะแนนเสียงมากที่สุด และเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ พบกว่า ประชาชน ร้อยละ 36.49 อยากให้พรรคเพื่อไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล รองลงมา ร้อยละ 22.57 อยากให้พรรคพลังประชารัฐ เป็นแกนนำ , ร้อยละ 15.21 อยากให้พรรคประชาธิปัตย์ เป็นแกนำ และร้อยละ 8.18 อยากให้พรรคอนาคตใหม่เป็นแกนนำ , ร้อยละ 4.97 ระบุว่าเป็น พรรคเสรีรวมไทย , ร้อยละ 4.40 ระบุว่า ไม่แน่ใจ , ร้อยละ 3.06 ระบุว่า ไม่สนับสนุนพรรคใดเลย , ร้อยละ 1.39 ระบุว่าเป็นพรรคชาติไทยพัฒนา , ร้อยละ 0.91 ระบุว่าเป็น พรรคเพื่อชาติ และพรรคภูมิใจไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน และร้อยละ 0.43 ระบุว่าเป็น พรรคไทยรักษาชาติ และพรรครวมพลังประชาชาติไทย ในสัดส่วนที่เท่ากัน

ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดที่อยากเห็นจากรัฐบาลชุดใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.85 ระบุว่า แก้ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 27.93 ระบุว่า ส่งเสริมราคาสินค้า/พืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 4.26 ระบุว่า โครงการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ร้อยละ 2.77 ระบุว่า แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 1.82 ระบุว่า แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ

ด้านความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับนโยบายที่สำคัญและเร่งด่วนที่สุดที่อยากเห็นจากรัฐบาลชุดใหม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 54.85 ระบุว่า แก้ปัญหาปากท้องและหนี้สินของประชาชน รองลงมา ร้อยละ 27.93 ระบุว่า ส่งเสริมราคาสินค้า/พืชผลทางการเกษตร ร้อยละ 4.26 ระบุว่า โครงการเรียนฟรีถึงระดับปริญญาตรี ร้อยละ 2.77 ระบุว่า แก้ไขปัญหาการทุจริตคอร์รัปชัน ร้อยละ 1.82 ระบุว่า แก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ร้อยละ 1.48 ระบุว่า แก้ไขปัญหาด้านการคมนาคม ร้อยละ 1.20 ระบุว่า แก้ไขปัญหายาเสพติด อาชญากรรม มิจฉาชีพ ร้อยละ 0.96 ระบุว่า ส่งเสริมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร้อยละ 0.77 ระบุว่า ส่งเสริมการศึกษาระดับอาชีวศึกษาร้อยละ 0.57 ระบุว่า การบังคับใช้กฎหมายด้วยความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติร้อยละ 0.48 ระบุว่า แก้ไขปัญหาการว่างงาน และการจัดสรรที่ดินทำกิน ร้อยละ 0.43 ระบุว่า การพักหนี้ กยศ. และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.29 ระบุว่า ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าใช้ในประเทศ ร้อยละ 0.24 ระบุว่า กัญชาเสรี ร้อยละ 0.18 ระบุว่า นำรถเก่าแลกซื้อรถพลังไฟฟ้า และเลิกเกณฑ์ทหาร ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 0.05 ระบุว่า นำเข้าหน้ากากได้โดยไม่เสียภาษี ร้อยละ 0.08 ระบุว่า ยกเลิกการสอบ GAT PAT ร้อยละ 0.96 ระบุอื่น ๆ ได้แก่ แก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ความสามัคคีปรองดองของคนในชาติ แก้ปัญหาด้านราคาน้ำมัน แก้ปัญหาการว่างงาน และจัดสรรที่ดินทำกิน ปฏิรูปด้านการศึกษา ขณะที่บางส่วนระบุว่า การส่งเสริมธุรกิจการท่องเที่ยว และร้อยละ 0.05 ระบุว่า ไม่แน่ใจ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนประชาชนจะไปเลือกตั้ง สมาชิกสภาผู้แทนราษฏร (ส.ส.) หรือไม่ พบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 98.13 ระบุว่า ไปแน่นอน รองลงมา ร้อยละ 0.96 ระบุว่า ไม่ไปแน่นอน และร้อยละ 0.91 ระบุว่า ไม่แน่ใจ