การเมือง ข่าว วิดีโอ

เลือกตั้ง62 : “ชัชชาติ” จี้ รัฐบาล-เอกชน เร่งแก้ปัญหา PM 2.5 เมืองเชียงใหม่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เสนอแนะรัฐบาลและเอกชน ควรเร่งแก้ปัญหา PM 2.5 ในจังหวัดเชียงใหม่ และสร้างความเข้าใจและพัฒนากระบวนการแปรรูปซังข้าวโพด หลีกเลี่ยงการเผาชีวมวล

“ชัชชาติ” จี้รัฐบาล-เอกชน เร่งแก้ฝุ่นพิษเชียงใหม่

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีในบัญชีของพรรคเพื่อไทย ออกกำลังกายที่สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่ 700 ปี และตักบาตรตอนเช้าที่ตลาดต้นพะยอม โดยนายชัชชาติ กล่าวว่าบรรยากาศตอนเช้าที่ตนมาวิ่งออกกำลังกายจะเห็นแนวฝุ่นอยู่ตามดอยพอสมควร ซึ่งเมื่อวานนี้ ที่ตนอ่านข่าวพบว่าจังหวัดเชียงใหม่มีปริมาณฝุ่น PM 2.5 สูงเป็นอันดับหนึ่งของโลก

เนื่องจากเป็นช่วงเวลาเผาชีวมวลตามพื้นที่รอบๆ เชียงใหม่ และเนื่องจากเชียงใหม่เป็นหุบเขา ฝุ่นก็เลยสะสมอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ากังวลและเป็นมาต่อเนื่องหลายปีแล้ว แม้ว่าคนกรุงเทพฯ จะเพิ่งตื่นตัวก็ตาม แต่ตนเชื่อว่าคนเชียงใหม่มีความทุกข์กับเรื่องนี้มานานแล้ว

อย่างไรก็ตาม ตนมองว่าการมีอากาศบริสุทธิ์ เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน รัฐมีหน้าที่ช่วยให้คนมีอากาศที่บริสุทธิ์มีคุณภาพชีวิตที่ดี เพราะคนตัวเล็กๆ แต่ละคนไม่สามารถแก้ปัญหาตรงนี้ได้ โดยขั้นแรกรัฐต้องมีข้อมูลที่ถูกต้อง โดยการติดตั้งเครื่องวัดคุณภาพอากาศอย่างทั่วถึงเพื่อทราบว่าฝุ่น ณ ปัจจุบันเป็นอย่างไร และต้องมีการแจกหน้ากากกันฝุ่นฟรี และจัดหาเครื่องฟอกอากาศในพื้นที่สาธารณะ เช่น โรงเรียน

รวมทั้งหาสาเหตุของการเกิดฝุ่นพิษดังกล่าว เช่น การเผาชีวมวล หรือการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ดีเซลที่ไม่สมบูรณ์ อนาคตต้องรณรงค์ให้ประชาชนเปลี่ยนมาใช้รถสาธารณะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อาทิ รถพลังงานไฟฟ้า

แต่จากที่ดูข้อมูลมาจะพบว่าส่วนใหญ่เป็นการเผาตอซังข้าวโพด ที่บุกรุกป่าเข้าไปปลูก มองว่าวิธีการแก้ต้องไม่ปล่อยให้เป็นภาระของชาวไร่และรัฐบาลอย่างเดียว แต่บริษัทใหญ่ที่รับซื้อข้าวโพดไปทำอาหารสัตว์ควรจะมาร่วมรับผิดชอบด้วย ไม่ใช่เอาแต่ข้าวโพดไปแล้วทิ้งตอซังไว้ให้รัฐบาลกับชาวไร่รับผิดชอบ ต้องคิดทั้งระบบ

บริษัทเหล่านี้ควรจะมาช่วยทำเพื่อหาทางออก เช่น การวิจัยพัฒนาทำเครื่องมือที่เอาสิ่งเหลือจากการปลูกเอาไปทำเชื้อเพลิง หรืออัดเป็นถ่าน รวมทั้งค้นคว้าวิจัยอุปกรณ์เก็บตอซังข้าวโพดได้หลังเก็บเกี่ยวโดยไม่ต้องให้ชาวไร่รับผิดชอบโดยการเผา เนื่องจากเกษตรกรไม่มีทุนในการเก็บ แต่ถ้ามีอุปกรณ์ที่วิจัยและพัฒนามาเป็นอย่างดี ช่วยชาวไร่ในการเก็บหรือเอาตอซังข้าวโพดไปอัดเป็นถ่าน สำคัญที่สุดการแก้ปัญหาต้องเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่ายทั้งชาวไร่ เอกชน และรัฐบาล