การเมือง ข่าว

เลือกตั้ง 62 : กังขา ธนาธร เอ่ย “ต้องไม่เอา พปชร.” ผิดหรือไม่

จากกรณีเหล่านักการเมืองขึ้นเวทีดีเบตของเว็บไซต์ เดอะสแตนดาร์ด(The Standard) เมื่อวันที่ 10 มี.ค. ที่ Thailand E-Sports Arena เดอะ สตรีท รัชดา ชั้น 5 เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น.นั้น บางช่วงบางตอนของการดีเบต นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงจุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ โดยย้ำว่า จะไม่สนับสนุน พล.อ.​ ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรีต่อแน่นอน โดยนำสคริปที่ตนเองอ่านเพื่อทำคลิปเผยแพร่ประชาสัมพันธ์มากล่าวบนเวทีอีกครั้ง เนื้อหาระบุว่า

“ฟังช้าๆ ชัดๆ อีกทีนะครับ ผมไม่สนับสนุน พล.อ.​ ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีต่อแน่นอน เพราะการสืบทอดอำนาจคือความขัดแย้ง ขัดกับอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่บอกว่า ประชาชนเป็นใหญ่ 5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจแย่ บ้านเมืองเสียหายมามากพอแล้ว หมดเวลาเกรงใจแล้วครับ” ซึ่งสามารถเรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมภายในสถานที่จัดรายการได้พอสมควร

ขณะที่ทางด้าน นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ กล่าวช่วงหนึ่งเช่นกันว่า

“คำถามสำคัญคือ ไม่ใช่เอาหรือไม่เอาคุณประยุทธ์หรือเปล่า พอเห็นธนาธรพูดว่า ไม่เอาคุณประยุทธ์ แล้วสังคมสนับสนุนกัน ทุกคนก็ออกมาบอกว่า ไม่เอาคุณประยุทธ์  ผมว่าประเด็นใหญ่ไม่ใช่แค่ไม่เอาคุณประยุทธ์ แต่ต้องพูดว่าไม่เอาพลังประชารัฐด้วย ผมเชื่อว่า มีพรรคบางพรรคที่บอกว่าไม่เอาคุณประยุทธ์ แต่จะจับมือกับพลังประชารัฐ ถ้าชูตัวเองขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี”

โดยผู้ชมที่ร่วมรายการต่างปรบมือด้วยเช่นกัน ขณะที่แหล่งข่าวกล่าวว่า หลังนายธนาธรกล่าวถึงพรรคพลังประชารัฐบนเวที มีการถกเถียงกันในหมู่ผู้ดีเบตถึงความสุ่มเสี่ยง ที่จะผิดพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 มาตรา 73 ที่ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้สมัครหรือผู้ใดกระทําการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้…(อ่านฉบับเต็ม ที่นี่ )

ต่อมา ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังนางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ถึงการเอ่ยถ้อยคำดังกล่าวว่าเข้าข่ายการกระทำผิดหรือไม่ นางสดศรีกล่าวว่า เนื่องจากในมาตรา 73 ของ พรป.ฉบับนี้ มี วงเล็บย่อยตามหลังมาอีก โดยกำหนดท้ายหัวข้อไว้ว่า “ด้วยวิธีการดังต่อไปนี้…”

ดังนั้น การจะชักจูงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนให้แก่ตนเองหรือผู้สมัครอื่น ให้งดเว้นการลงคะแนนให้แก่ผู้สมัคร หรือการชักชวนให้ไปลงคะแนน ไม่เลือกผู้ใดเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ต้องกระทำด้วยวิธีการที่ระบุข้างท้ายในมาตรา จึงจะเข้าข่าย เช่น สัญญาว่าจะให้ เสนอให้ ให้เงิน จัดเลี้ยง บังคับขู่เข็ญ ซึ่งหากไม่ใช่ด้วยวิธีดังกล่าว ก็ไม่ถือว่าเข้าข่ายเป็นการกระทำความผิดแต่อย่างใด.

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพ : The Standard