การเมือง ข่าว เลือกตั้ง62

เลือกตั้ง 62 : “จตุพร” จี้กกต.ตอบสังคมบิ๊กตู่ไม่ใช่จนท.รัฐ แนะส่งศาลรธน.วินิจฉัยเพื่อมาตรฐาน

จตุพร พรหมพันธ์ุ ระบุ ผู้ตรวจการแผ่นดินวินิจฉัยย้อนแย้ง ข้อเท็จจริง พร้อมเรียกร้อง กกต.ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประเด็นความเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างมีมาตรฐาน เพื่อความสิ้นสงสัยของประชาชน ด้วยมิใช่หน้าที่องค์กรอิสระต่างๆ ที่จะคอยหาทางออกให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา อีกทั้งเฝ้ารอดูกระแสสังคม หลังประกาศรายชื่อ สว.

นายจตุพร พรหมพันธุ์ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อชาติ ปราศรัยใหญ่จุดแรก ณ วัดบ้านคำเพิ่ม อ.ภูพาน จากนั้น ทางคณะก็ได้เดินทางต่อ ไปปราศรัยใหญ่ ณ วัดบ้านนาศรีนวล อ.โคกศรีสุพรรณ และ สวนกล้วยไม้เฉลิมชัย อ.โพนนาแก้ว ช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อชาติ จ.สกลนคร นาย เฉลิมชัย อุฬารกุล เขต 2 เบอร์ 18

นายจตุพร กล่าวถึงกรณีผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ว่า ประเด็นหลักคือ ผู้ตรวจการแผ่นดิน ไม่ได้แยกสถานะของพลเอกประยุทธ์ ในช่วงของการเข้ามายึดอำนาจ ด้วยการฉีกรัฐธรรมนูญสถาปนาตัวเอง เป็นรัฐฐาธิปัตย์ กับสถานะภายหลังที่มี รัฐธรรมนูญชั่วคราวและรัฐธรรมนูญถาวร มีความแตกต่างกัน อีกด้านคือ พฤติกรรมของการใช้อำนาจ ที่เกี่ยวข้อง กับพระราชบัญญัติบริหารราชการแผ่นดินและพระราชบัญญัติเงินเดือน ซึ่งผู้ที่เป็นเจ้าหน้าที่รัฐก็ต้องขึ้นอยู่กับ 2 พระราชบัญญัตินี้ รวมกระทั่งการยอมรับเองของพลเอกประยุทธ์ ด้วยการสัมภาษณ์และสื่อสารมวลชนก็ได้นำมาลงว่า พลเอกประยุทธ์เป็นเจ้าหน้าที่รัฐ สอดคล้องกับการที่ไปลงใน Facebook ระบุสถานะตัวเองว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ

นายจตุพร กล่าวอีกว่า เพราะฉะนั้นการวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินในขั้นต้น เพื่อเป็นเหตุ จะได้ไม่ต้องไปส่งให้กับศาลรัฐธรรมนูญนั้น มันย้อนแย้งกับข้อเท็จจริง และก็ไม่ตรงกับสิ่งที่มีการร้องเรียนมา เพราะฉะนั้นก็ยังมีอีกหนึ่งขั้นตอน ก็คือ ในส่วนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ที่เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ที่ยังสมควรที่จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในประเด็นนี้ ส่วนกกต. เองก็ได้วินิจฉัยกรณีการระดมทุนโต๊ะจีนของพรรคพลังประชารัฐ ก็ไม่ตรงกับคำร้อง ไปวินิจฉัยในสิ่งที่ผู้ร้องไม่ได้ร้อง แล้วก็บอกว่าไม่ได้กระทำความผิด ไม่ใช่สาเหตุแห่งการยุบพรรค ทั้งสองกรณีนี้ยิ่งจะสร้างความไม่สบายใจ ความกังวลให้เกิดขึ้นกับผู้รักประชาธิปไตยที่ติดตามเรื่องนี้ เพราะฉะนั้นเพื่อให้สิ้นกระแสความ ควรที่จะส่งเรื่องสถานะของพลเอกประยุทธ์ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ

นายจตุพร กล่าวด้วยว่า วันนี้แม้กระทั่งการวินิจฉัยของกกต.เรื่องการปราศรัยของพลเอกประยุทธ์ แม้ว่ากกต. จะระบุว่าทำได้ แต่พลเอกประยุทธ์ก็มิกล้าที่จะกระทำการ จึงใช้วิธีส่งคลิปไปที่จังหวัดสุโขทัย และก็ชวนคนไทยว่า ให้กล้าเดินไปกับตัวเอง ซึ่งตนเองก็ยังยืนยันว่าทุกอย่างยังไม่มีความชัดเจน แต่สิ่งที่น่าห่วงกังวลก็คือว่า นี่ขณะที่ยังไม่มีการเลือกตั้ง องค์กรอิสระต่างๆ ต่างก็หาทางออกให้กับพลเอกประยุทธ์ โดยที่ไม่ได้นำเอามาตรฐานในอดีต มาปฏิบัติอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นเพื่อให้สิ้นกระแสความ และก็ขณะเดียวกันนั้น ฝ่ายผู้ร้องควรจะมีสิทธิ์ที่จะนำเสนอทั้งพยานบุคคลพยานเอกสาร

นายจตุพร กล่าวอีกว่า ถ้าผู้ตรวจการแผ่นดินสรุปแล้ว ไม่ส่งให้กับศาลรัฐธรรมนูญกกต.ก็ดึงเรื่อง แต่ก็เลือกวินิจฉัยเฉพาะปมระดมทุนโต๊ะจีน เหมือนลักษณะแบ่งงานกันทำ ดังนั้นตนว่าเพื่อให้การเลือกตั้งมันเดินได้อย่างสบายใจ เพราะว่าอย่างไรวันนี้พลเอกประยุทธ์ก็ได้เปรียบอยู่แล้ว อีกไม่กี่วันข้างหน้าท่านก็ตั้งวุฒิสภา วันที่รายชื่อวุฒิสภาปรากฏ จะเป็นอีกวันหนึ่งที่กระแสสังคมนี้จะเกิดการเปลี่ยนแปลง ตนเองก็จะเห็นว่าเมื่อประชาชนเห็นรายชื่อ 250 คน โดยตำแหน่ง 6 คน จะส่งผลต่อการเลือกตั้ง เพราะคนยิ่งจะเห็นถึงการเอาเปรียบกันอย่างชัดเจน รวมกระทั่งการตรวจราชการ ย้อนรอยพื้นที่ของพลังประชารัฐ ใช้งบประมาณของแผ่นดินกลไกของแผ่นดินทุกอย่างไม่ได้เป็นผลดีใดๆกับพลเอกประยุทธ์เลย

นายจตุพร ยังกล่าวอีกว่า หากการเลือกตั้งเดินต่อไปในลักษณะเช่นนี้ยิ่งจะมีปัญหา และมิหนำซ้ำสิ่งที่นายไพบูลย์ นิติตะวัน หัวหน้าพรรคประชาชนปฏิรูป ได้พูดกับตนเอาไว้ในรายการของ PPTV ว่าถ้าพลเอกประยุทธ์ไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะยังไม่ให้มีรัฐบาล ยังไม่จัดรัฐบาลก็จะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไปอย่างไม่มีกำหนด นี่ก็ถือว่าเป็นช่องว่าง ตนเองก็ต้องขอขอบคุณนายไพบูลย์ เพราะคาดไม่ถึงว่ามันยังมีเล่ห์กลอันนี้ อยู่ในเกมแห่งอำนาจ ถ้าไม่สามารถรวบรวมเสียงในสภาผู้แทนราษฎรได้ถึง 251 เสียง ก็ยังดำรงตำแหน่งนายกต่อไปยังไม่จัดตั้งรัฐบาล เพราะว่าอีกซีกหนึ่งอย่างไรก็ไปถึง 376 ยาก ถ้าไม่ชนะการตั้งแต่ยกแรก นี่ไม่นับการโดนใบแดงใบเหลืองใบส้มในสนามการเลือกตั้งยังมีอีกหลากหลายกรณี

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ ทางคณะพรรคเพื่อชาติ จะทำการปราศรัยที่ วัดโพนธาราม อ.กุสุมาลย์ จ.สกลนคร เป็นจุดสุดท้ายของวันนี้