เลือกตั้ง 62 : ล่าชื่อร่วมถอด กกต. สมชัย เอาด้วยโพสต์ 5 ข้อระบบเลือกตั้งสร้างปัญหา

28 มี.ค. 2562 เวลา 2:01 น.

เกือบล้านแล้ว แคมเปญล่ารายชื่อถอดถอน กกต. ใกล้ทะลุ 8 แสนรายชื่อ ผู้จัดทำเตรียมส่งพร้อมหลักฐานให้ ป.ป.ช. พิจารณาสัปดาห์หน้า พร้อมจับมือ 10 มหาวิทยาลัยชื่อดังเอาด้วย นำทีมโดย ธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ขณะที่ สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ชื่อดังโพสต์ ชี้ 5 ข้อ ซัดระบบเลือกตั้งใหม่สร้างปัญหา

ความคืบหน้ากรณี กลุ่มคนรุ่นใหม่ และกลุ่ม We love Thailand ตั้งแคมเปญผ่านเว็บไซด์ Change.org เพื่อเข้าชื่อถอดถอนคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.จากการทำงานที่ผิดพลาดในการจัดการเลือกตั้งหลายประการ ล่าสุดมีรายงานว่า แคมเปญนี้ มีผู้ร่วมลงแล้ว เกือบ 8 แสนคน

ตัวแทนกลุ่มคนรุ่นใหม่ ที่ตั้งแคมเปญนี้ ระบุว่า ตั้งเป้าล่ารายชื่อให้ได้ 1 ล้านรายชื่อและจะเปิดให้ลงชื่อได้ถึงสิ้นเดือนนี้ ก่อนจะนำรายชื่อไปยื่นต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช.เพื่อให้ตรวจสอบการทำหน้าที่ของ กกต. ซึ่งหากพบว่ามีความผิด ก็จะนำไปสู่การพิจารณาถอดถอนต่อไป และนอกการล่ารายชื่อ ล่าสุดเรายังได้ร่วมมือกับเครือข่ายนักศึกษาจาก 10 สถาบัน ออกไปตั้งโต๊ะรณรงค์ให้ประชาชนที่สนใจร่วมลงชื่ออีกด้วย ขณะเดียวกันก็กำลังรวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการทำหน้าที่โดยมิชอบของ กกต. ซึ่งตอนนี้มีประชาชนส่งข้อมูลหลักฐานจาก 30 จังหวัด โดยจะนำรายชื่อพร้อมทั้งหลักฐานทั้งหมดส่ง ป.ป.ช. สัปดาห์หน้า

ขณะที่วานนี้ องค์การนักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้แถลงการณ์เรียกร้องให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต.หลังพบความผิดปกติในการจัดการเลือกตั้งหลายกรณี อาทิ ความผิดปกติของผลคะแนนที่เกิดขึ้นในหลายเขตเลือกตั้ง ความผิดปกติในการนับคะแนนที่ล่าช้าเกินกว่าที่ควรจะเป็น รวมการดำเนินการที่หละหลวม ก่อให้เกิดความเคลือบแคลงต่อผลการเลือกตั้ง ซึ่งที่ผ่านมา กกต. ยังไม่มีเหตุผลเพียงพอในการตอบคำถามสื่อ และ สังคมโดยรวม

รวมถึงมองว่า การจัดเลือกตั้งมีการใช้งบประมาณจำนวนมาก แต่ประสิทธิภาพในการจัดการกลับสวนทางกับงบประมาณที่ใช้ไป นอกจากนี้ยังทำให้เกิดการสูญเสียความเชื่อมั่น ที่แต่ละประเทศมีต่อประเทศไทย ทั้งในส่วนของ กกต. สภาผู้แทนราษฎร และรัฐบาลที่กำลังจะเกิดขึ้น

มีรายงานด้วยว่า วานนี้ 3 มหาวิทยาลัยดัง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต, ศูนย์ลำปาง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ได้ตั้งโต๊ะล่ารายชื่อ เพื่อถอดถอน และตรวจสอบการดำเนินงานของ กกต. ชุดปัจจุบัน พร้อมร่วมระดมสมองหาทางผลักดันขั้นต่อไป

ด้าน นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตผู้สมัคร ส.ส.สมุทรสาคร พรรคประชาธิปัตย์ และอดีต กกต. โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “ผลพวงจากการออกแบบกติกาที่พิกลพิการ” โดยระบุตอนหนึ่งว่า เฒ่าผู้เชี่ยวชาญกฎหมาย หวังผลเลิศจากการเขียนกติกายก กกต. ชุดเก่าออกสร้าง กกต. ชุดมหาเทพ เปลี่ยนระบบเลือกตั้งเป็นบัตรใบเดียว ให้เบอร์ผู้สมัครของพรรคแตกต่างกันไปในแต่ละเขต ให้พรรคเสนอชื่อคนมาเป็นนายกฯจากคนไม่เป็น ส.ส.ได้ หวังจะปฏิรูปการเมืองไทย แต่กลับกลายเป็นปัญหาสารพัดที่สร้างไว้กับบ้านเมือง

ส่วนปัญหาที่เกิดขึ้น อาจจะเป็นเพราะ 1. กกต.อ่อนหัด จัดการเลือกตั้งวุ่นวายเป็นปัญหา นับแต่การเลือกตั้งนอกราชอาณาจักร การเลือกตั้งล่วงหน้า จนถึงวันเลือกตั้งจริง กลายเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในด้านประสิทธิภาพและความรับผิดชอบในการทำงาน จนถึงขั้นเข้าชื่อกันไล่ถอดถอนจำนวนใกล้ล้านคนแล้ว

2. บัตรเลือกตั้งใบเดียว ทำให้คนต้องตัดสินใจเด็ดขาดบนพื้นฐานของสถานการณ์การเมืองและการตัดสินใจเลือกข้างมากกว่าสนใจนโยบายที่พรรคนำเสนอ ยิ่งพรรคหนึ่งบอก “ต้องการสงบ จบที่ลุง” อีกพรรคหนึ่งบอก “เอาลุงคืนไป” นั่นหมายถึง “เอาลุง หรือ ไม่เอาลุง” คือหัวใจของการรณรงค์ในสามวันสุดท้าย นโยบายไร้ค่า คุณสมบัติผู้สมัครไม่เกี่ยวแต่ “ลุง” คือศูนย์กลางของการตัดสินใจในการใช้สิทธิ์

3. เบอร์พรรคแตกต่างกันทั้งประเทศ สร้างความวุ่นวายสับสน ทั้งผู้สมัคร ผู้เลือกตั้งและคนจัดการเลือกตั้ง ส่งบัตรผิด กาผิดเบอร์ ติดป้ายผิดที่ เจตนาของการให้คนจำผู้สมัครแทนการจำพรรคการเมือง แล้วเป็นอย่างไรท้ายสุดคนไม่จำผู้สมัคร แต่ไปกาชื่อพรรคโดยไม่สนใจผู้สมัคร

4. ให้พรรคเสนอชื่อนายกรัฐมนตรี พอมีพรรคหนึ่งเสนอคนที่เป็นนายกฯปัจจุบันโดยไม่มีข้อห้าม แถมกติกายังให้มีอำนาจเต็มในการบริหารประเทศและยังมี มาตรา44อยู่ในมือ ความได้เปรียบเสียเปรียบไม่เป็นธรรมในการเลือกตั้งก็เกิดขึ้น เป็นที่วิพากย์วิจารณ์ว่าเป็นการเลือกตั้งที่ไม่เป็นธรรม เพราะ ครม.มีอำนาจในการอนุมัติงบประมาณโครงการต่างๆ เพื่อหาเสียงในโค้งสุดท้ายเอาใจประชาชนได้มากมาย แบบนี้ไม่เคยมีในการเลือกตั้งครั้งใดในประวัติศาสตร์

และ 5.ผลพวงของการออกแบบนำไปสู่รัฐบาลผสมที่ไม่มีเอกภาพในการทำงานปรากฏให้เห็นนับแต่วันยังไม่จัดตั้งรัฐบาล ไม่ว่าฝ่ายใดจะได้จัดตั้งรัฐบาล คะแนนล้วนปริ่มน้ำ พปชร. อาจตั้งนายกได้เพราะมี 250 ส.ว. หนุนแต่ประชุมสภา ส.ส. ห้ามป่วย ห้ามตาย เพื่อไทยอาจรวมเสียงเกินครึ่งสภาฯได้ แต่ โหวตนายกฯไม่ได้เพราะไม่ได้เสียง ส.ว. สนับสนุนเมื่อเลือกจะออกแบบกติกาแบบนี้ ประเทศไทยก็ต้องรับกรรมของความไม่แน่นอนทางการเมืองต่อไป ถามว่า คนที่ร่างกติกา รู้ตัวบ้างหรือยัง