การเมือง ข่าว

“วิษณุ” แจงเซ็ตซีโร่ กกต.ใหม่ เพราะ “ปลาสองน้ำ” ร่วมกันไม่ได้ “พรเพชร” ชี้! ควรรอผล 9 มิ.ย.

วันที่ 5 มิ.ย. 60 — นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีมติแก้ไขบทเฉพาะกาลให้ กกต.ชุดปัจจุบันทั้งหมดพ้นวาระ (เซ็ตซีโร่) ว่า เท่าที่อ่านเรื่องนี้จากข่าวของสื่อมวลชนแล้ว เห็นว่า สื่อมวลชนยังจับประเด็นไม่ถูก และไม่เข้าใจถึงเหตุผลที่แท้จริงของ กมธ.เสียงข้างมาก ที่ต้องการให้เซ็ตซีโร่ กกต. ซึ่งการที่โฆษก กมธ.ชุดนี้ ระบุว่า ไม่อยากให้เกิดปัญหาการทำงานแบบปลาสองน้ำนั้น ตรงนี้ คือ เหตุผลที่แท้จริง โดยไม่ใช่แค่เรื่องของคุณสมบัติเท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการเพิ่มจำนวนกรรมการ กกต. จากเดิมที่มี 5 คน มาเป็น 7 คน ส่งผลให้โครงสร้างของ กกต. เปลี่ยนไป ซึ่งองค์กรอิสระอื่น ๆ เช่น สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน, สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นต้น ไม่มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ต่างจาก กกต. ที่ต้องเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง

นายวิษณุ กล่าวอีกว่า หนังสือพิมพ์ทุกฉบับกลับไปพูดถึงแต่เรื่องคุณสมบัติ ว่ากรรมการคนใดที่มีคุณสมบัติครบควรได้อยู่ในตำแหน่งต่อไป ทั้งที่จริงแล้ว กรณีของ กกต. มีปัญหาจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง, อำนาจหน้าที่ และจำนวนกรรมการที่เพิ่มขึ้น หากถามว่า ‘ทำไมไม่คงกรรมการเดิม 5 คนเอาไว้’ แล้วสรรหามาใหม่ 2 คนนั้น เป็นเพราะ 2 คน ที่มาใหม่ถือเป็นปลาอีกน้ำ ได้รับการสรรหามาอีกแบบหนึ่ง รวมถึงมีคุณสมบัติต่างกัน และมีวาระการดำรงตำแหน่งไม่เท่ากับกรรมการชุดเดิม ขณะเดียวกันในกรรมการ 5 คนนั้น มีบางคนที่มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ ซึ่งทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่งอยู่แล้ว แม้จะเซ็ตซีโร่หรือไม่ก็ตาม ทุกคนจึงควรมาดูที่ประเด็นเหล่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องของอำนาจหน้าที่ของ กกต.

“7 คนมาทำงานด้วยกัน โดย 2 คนมาอย่างหนึ่ง 5 คน มาอีกแบบหนึ่ง วาระในตำแหน่งก็ต่างกัน ต่างคนต่างอยู่ ที่เขาพูดถึงปลาสองน้ำก็คือตรงนี้ เรื่องของอำนาจหน้าที่ของ กกต. ซึ่งปัญหาอย่างนี้ถ้าเกิดในองค์กรไหน ก็ต้องโดนอย่างเดียวกัน นี่คือ สูตรของกรรมาธิการฯ ถ้าถามผมว่า เห็นด้วยหรือไม่นั้น ผมไม่พูด แต่ผมอธิบายในสิ่งที่ กมธ. ออกมาแถลง นี่คือ นิยามของเซ็ตซีโร่ ที่เป็นการสรรหาใหม่ เพื่อให้ที่มมาเหมือนกันทั้งหมด ไม่ได้พูดถึงคุณสมบัติ” นายวิษณุ กล่าว

 

 

เมื่อถามว่า ‘แล้วอย่างนี้จะเป็นธรรมกับกรรมการที่มีคุณสมบัตรถูกต้องหรือไม่?’ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ขอตอบเรื่องนี้ ถ้ามองในเรื่องคุณสมบัติก็จะกลายเป็นการไปพูดถึงรัฐธรรมนูญ เมื่อถามต่อว่า ‘การที่ กกต.บางคน ออกมาคัดค้านกับการเซ็ตซีโร่ดังกล่าว เป็นเพราะเขาเข้าใจผิดต่อเหตุผลของคณะกรรมาธิการฯ ใช่หรือไม่?’ นายวิษณุ กล่าวว่า ตนไม่ทราบ มิฉะนั้นจะกลายเป็นคนไปปะทะกับพวกเขา

เมื่อถามว่า ‘เรื่องนี้ถูกมองด้วยว่า อาจช่วยทำให้การเลือกตั้งถูกเลื่อนออกไปได้ เพราะ กกต. ที่ทำหน้าที่รักษาการระหว่างรอชุดใหม่ อาจไม่สามารถใช้อำนาจอย่างเต็มที่ในการจัดการเลือกตั้ง’ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่เห็นเกี่ยวกันเลย ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่า จะมีการเลือกตั้งเมื่อไร ทั้งนี้ จะต้องมี กกต.ชุดใหม่ 7 คน เข้ามาก่อนภายในปีนี้ โดยการจัดทำ พ.ร.บ. 2 ฉบับ ที่กำลังจะออกมานั้น ระบุว่า ต้องสรรหา กกต.ชุดใหม่ ให้ได้ภายในกี่วัน ดังนั้น เหตุผลที่ พ.ร.บ.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. ยังไม่เข้าสู่การพิจารณาของ สนช. เพราะต้องการให้ กกต.ชุดใหม่ เป็นคนทำกฎหมายฉบับนี้ อย่างไรก็ตาม การดำเนินงานทั้งหมดต้องอยู่ในกรอบเวลา 8 เดือน โดยภาพรวมถือว่า ทุกอย่างอยู่ตามกรอบเวลาเดิม ไม่มียืดเวลาออกไปแม้แต่วันเดียว

“ผมมองเห็นด้วยซ้ำไปว่า กฎหมาย กกต. จะผ่าน สนช. เดือนไหน ได้ กกต.ชุดใหม่ เดือนไหน และไปอีกนานเท่าไรกว่าจะครบกำหนด 8 เดือน กกต.ชุดใหม่ จะเป็นคนจัดการเลือกตั้งภายใน 150 วัน แต่ถ้า สนช. ไม่เห็นด้วยกับการเซ็ตซีโร่ กกต.ปัจจุบันนี้ จะเป็นคนดูแลการเลือกตั้ง ต้องไปรอดูผล สนช. ตัดสินในวันที่ 9 มิ.ย. ว่าจะเป็นอย่างไร” นายวิษณุ กล่าว

ด้าน นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติเซ็ตซีโร่ กกต.ทั้งคณะ ว่า ตนในฐานะประธาน สนช. จะต้องวางตัวเป็นกลาง จะวิพากษ์วิจารณ์ความเห็น กมธ. หรือของผู้สงวนคำแปรบัญญัติคงไม่เหมาะสม อีกทั้งกระบวนการพิจารณายังไม่สิ้นสุด เพิ่งผ่าน กมธ. ที่มีการแก้ไขบทเฉพาะกาล โดยร่างเดิมของคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) มีการให้รีเซ็ต กกต. ที่ขาดคุณสมบัติพ้นจากตำแหน่ง แต่ กมธ. ปรับเปลี่ยนให้มีการเซ็ตซีโร่ ซึ่ง กมธ. มีความเห็นหลายรูปแบบทั้งเป็นไปตามร่างเดิมและให้ กกต. อยู่ต่อไปจนครบวาระ ไม่ไปริดรอนสิทธิ์ ซึ่งในการประชุม สนช. ในวันที่ 9 มิ.ย. นี้ ต้องรอฟังแต่ละฝ่ายว่า มีเหตุผลอย่างไร

 

 

“เท่าที่ได้รับรายงานมา การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถทำได้ โดยเจ้าของร่าง คือ กรธ. เสนอให้เปลี่ยนจากรีเซ็ต เป็นเซ็ตซีโร่ แต่ กมธ. เปลี่ยนเป็นเซ็ตซีโร่ และ กมธ. เห็นพ้องด้วย แต่ผมไม่ชี้นำว่า จะต้องเป็นอย่างไร แต่การพิจารณากฎหมายลูกมีลักษณะพิเศษ คือ ไม่ได้มีหลักการของเจ้าของร่าง ไม่เหมือนการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ปกติธรรมดา ซึ่งหลักการพิจารณากฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญมีข้อจำกัด คือ อย่าแก้ไขให้ขัดกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แม้หลักการเจ้าของร่างจะเขียนอย่างไร ก็สามารถปรับปรุงได้ แต่ต้องเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ และต้องส่งเสริมกระบวนการทางการเมืองเดินไปด้วยดี มีประสิทธิภาพและประโยชน์สูงสุดต่อระบอบประชาธิปไตย” นายพรเพชร กล่าว

เมื่อถามว่า ‘มีการมองว่า การเซ็ตซีโร่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ’ นายพรเพชร กล่าวว่า ขัดหรือไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ เป็นหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งกฎหมายมีหลายช่องทางนำไปสู่ศาลรัฐธรรมนูญได้ แต่หาก กกต. โต้แย้งไม่เห็นด้วย ก็อาจต้องถึงขั้นตั้งกรรมการร่วม เพื่อพิจารณาต่อ อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการยื่นเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก่อนที่นายกฯ จะนำร่างกฎหมาย เพื่อให้ทรงลงพระปรมาภิไธยนั้น ต้องใช้เสียงสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ของสมาชิก สนช. สามารถเข้าชื่อยื่นต่อประธานเพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน