การเมือง

”ณฐพร” ร่วมฟังคำตัดสินศาลรธน. ยันไม่มีเจตนาทำลายล้าง หวังยุบพรรค อนค.

วันนี้ (21 ม.ค.63) เวลา 09.45 น. ที่ศาลรัฐธรรมนูญ นายณฐพร โตประยูร ในฐานะผู้ร้อง ในคดีที่ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 ว่า การกระทำของพรรคอนาคตใหม่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ นายปิยบุตร แสงกนกกุล และคณะกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ เป็นการใช้สิทธิหรือเสรีภาพเพื่อล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือไม่ หรือ คดีอิลลูมินาติ ได้เดินทางมารับฟังคำวินิจฉัยของศาล ซึ่งองค์คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัยคดีในเวลา 11.30 น.

นายณฐพร ยืนยันว่า ไม่มีเจตนาที่จะกลั่นแกล้งพรรคอนาคตใหม่ หรือทำให้เกิดปัญหา แต่ทำด้วยจิตสำนึกของประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ส่วนข้อครหาที่ระบุว่าคำร้องไม่ถูกต้องมาตั้งแต่ต้นนั้น เรื่องนี้คงต้องให้ศาลเป็นผู้พิจารณา ซึ่งผลการตัดสินในวันนี้ออกมาเป็นอย่างไร ตนพร้อมยอมรับ

และยืนยันว่า ตนไม่มีเจตนาที่จะทำสิ่งใดที่ผิดกฎหมาย หรือบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ ในฐานะที่ตนเป็นนักกฎหมายมั่นใจในพยานหลักฐานและข้อกฎหมาย ส่วนคำตัดสินเป็นอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ

 

โดยส่วนตัวมองว่ามาตรการการยุบพรรคไม่ใช่การลงโทษ พร้อมยืนยันว่า ไม่ได้มีเจตนาที่ต้องการให้มีการยุบพรรค เพียงแต่ต้องการให้สังคมได้รับรู้ว่าวันนี้ตนทำสำเร็จแล้ว สิ่งที่ตนต้องการให้เกิดกระแสว่า เราเป็นคนไทย ต้องปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เปรียบเสมือนบิดามารดา ใครจะมาทำลายบิดามารดาของตน จึงต้องปกป้อง ปีนี้ตนอายุ 70 ปีแล้ว จะไปเมื่อไหร่ไม่รู้

“การยื่นคำร้องของผม ไม่ได้คาดหวังว่าจะต้องยุบพรรคหรือทำลายล้างกัน เราปรารถนาดีต่อพรรคการเมือง และเห็นว่าการกระทำแบบนี้เข้าข่ายผิดกฎหมาย จึงจำเป็นต้องชี้ให้เห็น ผมไม่เคยต้องการออกสื่อ เพียงแต่ต้องการให้หน่วยงานที่รับผิดชอบรับรู้ว่ามีพรรคการเมืองกระทำแบบนี้เท่านั้นเอง พรรคการเมืองต้องไม่กระทำการแปลกแยก ไม่มีฝักมีฝ่าย ต้องเข้ากับประชาชนได้ทุกหมู่เหล่า ขอย้ำว่าจุดยืนของผม คือรักสถาบัน ผมไม่มีอำนาจหน้าที่ ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง และไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคการเมืองใด ทำด้วยความบริสุทธิ์ใจ และไม่มีเจตนาร้ายต่อพรรคอนาคตใหม่” นายณฐพรกล่าว

ทั้งนี้ ศาลรัฐธรรมนูญได้มีการจัดเตรียมสถานที่ และวางมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด กำหนดพื้นที่ของผู้ที่เกี่ยวข้องให้ใช้ประตูด้านทิศใต้ และทิศตะวันออก เป็นที่เข้าออก โดยไม่อนุญาตให้ใช้ประตูด้านทิศเหนือ ซึ่งเป็นด้านหน้าของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ ส่วนการรักษาความปลอดภัยมีกำลังตำรวจประมาณ 150 นาย หรือ 1 กองร้อย กระจายเข้าตั้งจุดดูแลรักษาความปลอดภัยโดยรอบและพื้นที่ชั้นในของศูนย์ราชการอาคาร A ซึ่งเป็นที่ตั้งของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ

ขณะที่ผู้สื่อข่าวได้ทยอยเดินทางมาลงทะเบียนแลกบัตรเพื่อรอรายงานข่าวการอ่านคำวินิจฉัย ตั้งแต่ช่วงเช้า เป็นผลให้ห้องพักผู้สื่อข่าวเต็มไปด้วยสื่อมวลชนและช่างภาพทั้งไทยและต่างประเทศ ทั้งนี้  มีรายงานว่า มีตัวแทนสหภาพยุโรป หรืออียู ประจำประเทศไทย ตัวแทนสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ได้ขอประสานเข้าร่วมรับฟังการคำวินิจฉัยคดีดังกล่าวด้วย อย่างไรก็ตามในวันนี้ไม่มีแกนนำพรรค ประชาชน รวมถึงกลุ่มผู้สนับสนุนของพรรคอนาคตใหม่เดินทางมาร่วมรับฟังคำวินิจฉัยที่ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งคาดว่าอาจจะเดินทางไปรวมตัวกันที่ทำการพรรคอนาคตใหม่