“เพื่อไทย” หวั่นรัฐหยุดการแพร่เชื้อช้าทำเศรษฐกิจพัง

09 เม.ย. 2563 เวลา 8:26 น.

“เพื่อไทย”หวั่นรัฐหยุดการแพร่เชื้อช้าทำเศรษฐกิจพัง แนะเร่งหาคนติดเชื้อมารักษาหวั่นปลายปีเชื้อระบาดใหม่

วันนี้ (9 เม.ย. 63) – นพ.สุรวิทย์ คนสมบูรณ์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข และ ส.ส.จังหวัดชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ 2019 หรือ โรคโควิด-19 สิ่งที่รัฐยังขาดและควรเร่งกำหนดเป็นนโยบายสำคัญทั่วประเทศ คือ การตรวจหาผู้ติดเชื้อให้เร็วขึ้น จะได้นำผู้ติดเชื้อมารักษา จะสามารถลดการแพร่กระจายเชื้อไปสู่ประชาชนและทำให้ควบคุมโรคได้

ดังนั้นรัฐควรกำหนดนโยบายขั้นต้นในเรื่องนี้ คือให้สถานพยาบาลตรวจหาเชื้อในผู้ที่มีอาการไข้ ไอ เจ็บคอและการรับกลิ่น รับรสไม่ดีทุกคน ส่วนเรื่องมาจากพื้นที่เสี่ยงนั้น ปัจจุบันถือว่าประเทศไทยเป็นพื้นที่เสี่ยงอยู่แล้ว ดังนั้นรัฐควรเร่งหามาตรการในการหาผู้ที่อาจจะเป็นพาหะในการแพร่เชื้อเพื่อนำตัวเข้ามารักษาเพื่อปกป้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ หากไม่ดำเนินการเช่นนี้หวั่นช่วงปลายปีเมื่อเข้าหน้าหนาวเชื้อโควิด-19 อาจกลับมาแพร่ระบาดอีกได้

นายแพทย์ สุรวิทย์ กล่าวด้วยว่า รัฐบาลไม่ต้องกลัวค่าตรวจเชื้อโควิดจะเพิ่มขึ้น เพราะการตรวจหาเชื้อเร็วคือการควบคุมโรคโควิดที่ลงทุนน้อย แต่ได้ผลดีในการป้องกันและรักษาภายในระยะเวลาอันสั้น เพราะแยกเอาตัวผู้ติดเชื้อออกมารักษาได้เร็ว ค่ารักษาก็ไม่มากและที่สำคัญคือลดการแพร่เชื้อไม่ให้กระจายไปสู่ผู้อื่น การตรวจหาตัวเชื้อซึ่งต้นทุนประมาณ 2 พันบาทเศษ อาจจะเพิ่มการตรวจหาภูมิคุ้มกันหรือ Rapid Test เป็นเบื้องต้นก่อน ซึ่งต้นทุนไม่เกิน 300 บาท จะทำได้มาก ค่าใช้จ่ายน้อยและทราบผลเร็วภายในครึ่งชั่วโมง

“มาตรการรัฐ ที่ออกมาสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ได้ในระดับที่น่าพอใจ ในภาพรวมถือว่าคนไทยให้ความร่วมมือดี โดยมีมาตรการ คือในระยะนี้นอกจากการอยู่บ้าน กินร้อน ช้อนคนละคัน ล้างมือ อยู่ห่างกัน สวมหน้ากากอนามัย แต่รัฐต้องเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการใช้ชีวิตประจำวันให้เร็วที่สุด ยิ่งช้าเศรษฐกิจประเทศจะพังไปมากกว่าที่เป็นอยู่” นายแพทย์ สุรวิทย์ กล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด