“ทิพานัน” วอนนักการเมืองอย่าเอาชีวิต-ปากท้องปชช.เป็นบันไดปูทางสู่อำนาจ

08 ต.ค. 2563 เวลา 9:59 น.

“ทิพานัน” วอนนักการเมืองอย่าเอาชีวิต-ปากท้องประชาชน เป็นบันไดปูทางสู่อำนาจ ปลุกม็อบทำลายความเชื่อมั่น-การคุมโควิด19  ทั้งที่องค์กรระดับโลกชื่นชมการรับมือโควิดของไทย

“ทิพานัน” วอนนักการเมืองอย่าเอาชีวิต-ปากท้องประชาชน เป็นบันไดปูทางสู่อำนาจ ปลุกม็อบทำลายความเชื่อมั่น-การคุมโควิด19  ทั้งที่องค์กรระดับโลกชื่นชมการรับมือโควิดของไทย

น.ส.ทิพานัน ศิริชนะ อดีตผู้สมัคร ส.ส.กทม.จอมทอง-ธนบุรี อดีตรองโฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ระบาดรอบใหม่ จากนโยบายเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวว่า ประเทศไทยพึ่งพารายได้หลักจากธุรกิจท่องเที่ยว การกลับมาเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว ไม่เพียงกระตุ้นเศรษฐกิจเฉพาะในภาคธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องก็จะได้ขับเคลื่อนตามไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า การกระจายรายได้ไปสู่ชุมชน ซึ่งตรงนี้รัฐบาลได้เตรียมการรองรับไว้อย่างรอบคอบ แต่ก็ยอมรับเมื่อเราเปิดประตูประเทศ ย่อมมีความเสี่ยง ซึ่งผู้เกี่ยวข้องจะต้องดำเนินการตามระบบป้องกันโรคอย่างเข้มแข็ง เข้มข้นและเด็ดขาด เพื่อไม่ให้เชื้อหลุดรอดและส่งผลกระทบน้อยที่สุด โดยคาดว่าเมื่อการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวมีความชัดเจนเป็นทางการแล้ว ประเทศไทยจะเป็นประเทศอันดับต้นๆที่ต่างชาติต้องการที่จะเข้ามาท่องเที่ยวและลงทุนแน่นอน ย่อมแสดงถึงสัญญานที่ดีในการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ได้เป็นชาติแรกๆ หลังวิกฤตโควิด-19 

 

น.ส.ทิพานัน กล่าวว่า อานิสงส์จากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ส่งผลให้ประเทศไทยกลายเป็นที่จับตาของประเทศต่างๆทั่วโลก เนื่องจากได้รับเสียงชื่นชมจากองค์กรระดับโลก โดยเมื่อเร็วๆนี้ ผู้แทนองค์การสหประชาชาติประจำประเทศไทย หรือยูเอ็นได้แสดงความชื่นชมความสำเร็จของประเทศไทย ในการรับมือวิกฤตโควิด-19 ที่ทำให้องค์การอนามัยโลกยกให้ไทยและนิวซีแลนด์ เป็นความสำเร็จที่ประเทศอื่นควรศึกษา โดยความสำเร็จมาจาก 3 ปัจจัยคือ 1.มาตรการภาครัฐ 2.ความรับผิดชอบต่อสังคมของจิตอาสา และ 3.ความสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประชาชนร่วมกันป้องกันโรค จึงเป็นโอกาสที่สำคัญของประเทศไทย

 

 

“ที่ผ่านมาไม่มีนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลพูดถึงผลสำเร็จในการควบคุมโควิดของรัฐบาลไทยเลย ไม่มีการตระหนักถึงความสามัคคี ความสงบ จึงผ่านพ้นมาได้  ก็ไม่เป็นไร แต่ในทางกลับกัน กลับมีพฤติกรรมในทางทำลายสิ่งที่องค์กรต่างๆชื่นชมมา โดยเฉพาะการออกมาปลุกระดมโดยยกเอาเหตุการณ์ในอดีตมาเป็นเงื่อนไขในการชุมนุมเพื่อขับไล่รัฐบาลในปัจจุบัน  ทั้งที่เป็นพรรคแห่งอนาคต ซึ่งการชุมนุมของคนหมู่มากย่อมมีสภาวะแออัด และตะโกนใส่กันเป็นเวลานาน ล้วนเป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ทั้งสิ้น ซึ่งมีตัวอย่างการติดเชื้อจากการชุมนุม เพราะแม้คนหนุ่มสาวจะติดเชื้อแล้วไม่มีอาการหรือมีอาการน้อยแต่ก็อาจเป็นพาหะไปสู่คนในครอบครัว  โดยเฉพาะผู้สูงอายุ ซึ่งเราไม่อยากเห็นภาพการระบาดครั้งใหญ่หรือซูเปอร์สเปรดเดอร์เกิดซ้ำอีก เพราะประเทศไทยถอยหลังไม่ได้อีกแล้ว” น.ส.ทิพานัน กล่าว   GSK ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้า ลดสูงสุด 45%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด