ชาวมุสลิม จัดกิจกรรมร่วมพลังปกป้องสถาบันหลักชาติยันไม่เกี่ยวการเมือง

10 พ.ย. 2563 เวลา 12:17 น.

จุฬาราชมนตรี - องค์กรศาสนาอิสลาม นำชาวพี่น้องมุสลิม ทำกิจกรรมร่วมพลังปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นการมาแสดงพลังตามหลักปฏิบัติของศาสนาที่ส่งเสริมให้สำนึกบุญคุณ3สถาบัน ระบุไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง เชื่อสร้างข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจได้

จุฬาราชมนตรี - องค์กรศาสนาอิสลาม นำชาวพี่น้องมุสลิม ทำกิจกรรมร่วมพลังปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ยืนยัน ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นการมาแสดงพลังตามหลักปฏิบัติของศาสนาที่ส่งเสริมให้สำนึกบุญคุณ3สถาบัน ระบุไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง เชื่อสร้างข้อเท็จจริงและทำความเข้าใจได้

กิจกรรมรวมพลังมุสลิม ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ที่นำโดย จุฬาราชมนตรี ,คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ,คณะกรรมการอิสลามประจำกรุงเทพมหานคร ,คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จัดกิจกรรมขึ้นที่ศูนย์บริหารกิจการศาสนาอิสลามแห่งชาติ และมีชาวมุมสลิมทั้งใน กทม. และต่างจังหวัด ต่างสวมใส่ชุดสีเหลืองมาร่วมกิจกรรม 

โดยมีนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในพิธี กล่าวว่า ขอให้พี่น้องมุสลิมได้แสดงความจงรักภักดีและความรักความห่วงใยในสถาบันหลักของประเทศที่ทำให้คนไทยทุกเชื้อชาติ ทุกศาสนาอยู่ร่วมกันได้ด้วยความผาสุข รวมถึงมีสิทธิและเสรีภาพในการดำเนินชีวิต รวมถึงประกอบศาสนกิจตามความเชื่อของแต่ละศาสนา 

โดยเฉพาะมุสลิมที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณ ทั้งนี้ขอให้การจัดงานรวมพลังวันนี้ เป็นเครื่องเตือนสติให้มีความสามัคคี มีความอะลุ้มอล่วย และมีความประนีประนอม เพื่อให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรินทร์​ ปาลาเร่ เลขาธิการคณะกรรมการกลางอิสลามแห่ประเทศไทย เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการจัดกิจกรรมวันนี้ เพื่อปกป้องชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และในมุมมองของชาวมุสลิม สถาบันพระมหากษัตริย์ มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะมีชามุสลิมอยู่ในประเทศไทยกว่า10ล้านคน

ส่วนกรณีมีกระแสต้องการปฏิรูปศาสนาอิสลาม ยืนยันว่า การออกมารวมตัววันนี้ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นการปกป้องการจาบจ้างสถาบันซึ่งชาวมุสลิมยอมไม่ได้ เพราะสถาบันพระมหากษัตริย์มีบุญคุณต่อชาวมุสลิมเป็นอย่างมาก ถ้าไม่มีสถาบันก็อยู่ไม่ได้ สถาบันให้ความเป็นธรรมกับมุสลิมตลอดมา

 

กลุ่มประชาชนสวมเสื้อเหลืองรวมตัวแสดงพลังปกป้องสถาบัน

“ทยา ทีปสุวรรณ” ชวนใส่เสื้อเหลืองแสดงจุดยืนปกป้องสถาบัน 27 ต.ค.

ด้านนายประสาน ศรีเจริญ รองประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี บอกด้วยว่า เหตุผลที่ชาวมุสลิมมาจำนวนมาก เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง เป็นเรื่องของศาสนา และจุฬาราชมนตรี รวมถึงคณะกรรมการฯ ต้องเป็นกลางทางการเมือง ชาวมุสลิมจึงไม่มีทางออกในการแสดงออกถึงความจงรักภักดี และเมื่อคณะกรรมการกลางฯ เปิดช่องให้ชาวมุสลิมจึงเดินทางมาแสดงพลัง เพื่อต้องการที่จะสำนึกในบุญคุณของทั้ง 3 สถาบัน พร้อมยืนยันว่า การทำกิจกรรมวันนี้เป็นการปฏิบัติตามหลักการของศาสนา เพราะศาสนาส่งเสริมให้สำนึกบุญคุณต่อผู้มีคุณูปการ ดังนั้นชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์มีบุญคุณต่อชาวมุสลิม จึงป็นการรวมพลัง แสดงออกตามหลักการของศาสนา

ส่วนกรณีที่มีชาวมุสลิมส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยกับการจัดกิจกรรมนั้น มองว่าไม่สามารถห้ามคนพูด ห้ามคนคิดไม่ได้ และอาจจะยังไม่เข้าใจ ดังนั้นจะต้องทำความเข้าใจ และที่ถูกมองว่าฝักใฝ่ฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดนั้น ขอย้ำว่า การจัดกิจกรรมไม่มีการพูดถึงฝ่ายใด แต่ป็นการสำนึกในฐานะพสกนิกรชาวมุสลิมที่อยู่ภายใต้สถาบันพระมหากษัตริย์ และมองว่าเมื่อได้รับทราบข้อเท็จจริงก็จะทำให้เข้าใจ และยืนยันว่าจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง ซึ่งความขัดแย้งในเรื่องความคิดห้ามกันไม่ได้ และการที่มีความคิดเห็นที่แตกต่าง ถ้ามีสติก็จะนำไปสู่ข้อสรุปที่ดีได้

สำหรับกิจกรรมวันนี้ นายอรุณ บุญชม ประธานคณะผู้ทรงคุณวุฒิจุฬาราชมนตรี ได้ประกาศเจตนารมย์ โดยชาวไทยมุสลิมขอยืนยันว่า สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย และสร้างความร่มเย็นเป็นสุข ให้อยู่ร่วมกันอย่าเป็นปกติสุขเสมอมา วันนี้จึงจัดขึ้นเพื่อเน้นย้ำถึงความสำคัญของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ของชาวไทยทุกหมู่เหล่า และชาวมุสลิม เคยร่วมกันสร้างชาติ ปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทย ภายใต้การปกครองของสมเด็จพระมหาบูรพกษัติยาธิราชย์เจ้าให้ดำรงความเป็นเอกราช

รวมถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ ยังส่งเสริมพสกนิกร ให้มีสิทธิเสรีภาพ การปฏิบัติศาสนกิจอย่างเท่าเทียมและสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงความเป็นสังคมอย่ามีอารยะ บนรากฐานความเชื่อของศานาต่างๆ เป็นครรลองในการดำเนินชีวิตร่วมกับสังคมอารยประเทศอย่างลงตัว
  
ทั้งนี้จุฬาราชมนตรี คณะกรรมการกลางฯ รวมถึงองค์กรศาสนาอิสลามทุกระดับ เห็นว่า ปัจจุบันมีความขัดแย้งเห็นต่าง ของประชาธิปไตยจนเป็นผลกระทบต่อต้นทุนของไทยอย่าน่าวิตก แต่องค์กรศาสนาต้องดำรงตนเป็นกลางทางการเมืองแต่ก็มีความห่วงใย จึงต้องจัดกิจกรรมเพื่อปลูกจิตสำนึกให้เห็นรากเหง้าสังคมไทย และชาวไทยมุสลิม จึงมีหน้าที่ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ให้คงอยู่ต่อไป

ขณะเดียวกันมีการเสวนาในหัวข้อ ‘สถาบันพระมหากษัตริย์กับมุสลิมในแผ่นดินไทย’ โดยบอกเล่าถึงประวัติศาสตร์ และการได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสถาบันพระมหากษัตริย์ และได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีร่วมกัน