อัยการเลื่อนฟ้องศาลแกนนำ-สมาชิก คณะราษฎรพร้อมเดินหน้าชุมนุมใหญ่ 20 นี้

17 ก.พ. 2564 เวลา 5:50 น.

นายกฤษฎางค์ นุตจรัส ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน กล่าวถึงกรณีที่ศาลไม่มีการสั่งฟ้องแกนนำและมวลชน ที่เดินทาง มาตามการนัดหมาย ในวันนี้ว่า ผู้ต้องหาทั้งหมดที่เดินทางมาในวันนี้ มาตาม การนัดหมายกรณีที่สนชนะสงครามมีการส่งฟ้องศาล จากการนัดชุมนุม เช่นเดียวกับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนที่อยู่ในเรือนจำกรุงเทพพิเศษ

แต่ได้รับการแจ้งว่าพนักงานสอบสวนของสนชนะสงครามซึ่งนำเอกสาร มาส่งให้อัยการสำนักอัยการสูงสุด ศาลอาญา ในช่วงเช้า ทำให้ พนักงานอัยการ ไม่สามารถนำตัวส่งของได้และขอเลื่อนนัดออกไปเป็นวันที่ 8 มี.ค.

โดยก่อนที่จะเดินทางมาในวันนี้ทางทนายความได้มีการพูดคุย โดยเฉพาะ กับแกนนำทั้ง 3 คนคือปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล,ภาณุพงศ์ จาดนอก และจตุภัทร์ บุญภัทรรักษา ที่ถูกดำเนินคดีมาตรา 112 ด้วยว่าอาจจะไม่ได้รับการประกันตัวซึ่งทั้งหมดก็มีการเตรียมใจมาแล้วส่วนหนึ่ง 

อย่างไรก็ตาม ทางทีมทนายได้เดินทางไปเยี่ยมผู้ต้องหาทั้ง 4 คนนายพริษฐ์ ชิวารักษ์ (เพนกวิน) นายอานนท์ นำภา นายสมยศ พฤกษาเกษมสุข และนายปติวัฒน์ สาหร่ายแย้ม (หมอลำแบงค์)  ทั้งหมดยังกำลังใจดีอยู่ ซึ่งทางทนาย และแกนนำ จะมีการเดินทางต่อไปศาลอาญาเพื่อยื่นขอประกันตัวและยื่นเหตุผลว่าทั้ง 4 ไม่มีพฤติการณ์คิดจะหลบหนี 

ปนัสยา สิทธิจิรวัฒนกุล หรือ รุ้ง กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนในวันนี้ เกิดความน่าสงสัย ขอความจริงแล้วคดี คือคดีเดียวกันกับที่ผู้ต้องหาทั้ง 4 ถูกจำคุกไปแล้ว ทำไมศางถึงต้องมีการเลื่อนนัด 

ทางแกนนำได้มีการพูดคุยกันไว้เบื้องต้นว่า จะมีการนัดชุมนุม อภิปรายนอกสภา ในวันก่อนโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจและวันที่มีการโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรี สถานที่ยังไม่ได้มีการพูดคุยกันว่าจะนัดชุมนุมที่ไหน รุ้ง ย้ำว่าต่อจากนี้ การชุมนุมจะใช้สันติวิธีโดยจะมีทีมจัดการให้ ข้อมูลแนวทางเฉพาะก่อนการชุมนุม เพื่อป้องกันความรุนแรง

ไมค์ หรือ ภาณุพงศ์ จาดนอก กล่าวถึง การประชุมในรัฐสภา ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายกรัฐมนตรี ว่า การอภิปรายเรื่องของนายกรัฐมนตรีต่อให้ใช้เวลา 4 วัน 4 คืนก็คงจะพูดไม่จบอีกทั้งยังมีพวกปรสิตค่อยเข้าไปป่วน ประท้วงส่วนตัวคอยติดตามข่าวและอยากฟัง การแถลงการณ์จากนายกรัฐมนตรีในการตอบโต้ฝ่ายค้าน ว่าจะให้เหตุผล อย่างไร 

อีกทั้งยังมองว่า เหตุการณ์ การเลื่อนสั่งฟ้องในวันนี้น่าจะมีนัยยะสำคัญ ที่ทางเจ้าหน้าที่รัฐ น่าจะดูทิศทางของการเคลื่อนไหวก่อนถึงจะมีการสั่งฟ้อง 

ด้านครูใหญ่ หรือ อรรถพล บัวพัฒน์ กล่าวทิ้งท้ายว่า หากมีการชุมนุมของมวลชนครั้งต่อไป ก็ขอให้เจ้าหน้าที่รัฐ ใช้วิธีการที่เหมาะสมและถูกต้องอย่าแอบแฝงปลอมแปลงยั่วยุหรือลอบกัดที่จะทำให้เกิดความรุนแรง จากการประสานงานเครือข่ายในต่างจังหวัด ตอนนี้ มีการวางแผนของมวลชนที่จะเตรียมเข้ากรุงเทพฯแล้ว 

ส่วนกรณีที่ แกนนำและมวลชนของ คณะราษฎร 13 คน มีกำหนดนัดส่งตัวให้อัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด กรุงเทพใต้ ทั้งหมดได้ทยอยเดินทางไปพบเจ้าพนักงานตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมาแล้วและได้ทยอยกันกลับแล้ว โดยการนัดครั้งต่อไป คือวันที่ 25 มีนาคม เป็นการนัดฟัง ความผิดในมาตรา 112 จำนวน 13 คน