โซเชียล

เปิดสภาพรถไฟไทยปี 2018 ว่อนโซเซียลที่ทำหลายคนต้องอึ้ง

เฟซบุ๊กชื่อ Athikhom Khoms Khunawut ได้โพสต์ภาพขบบวนรถไฟของไทย ขณะกำลังเดินทางรถไฟชั้น 3 ที่ทำให้หลายๆ  คนต้องอึ้ง โดยผู้โพสต์เขียนบรรยายว่า

ผมตัดสินใจบันทึกภาพเหล่านี้ขณะเดินเข้าห้องน้ำ บนขบวนรถไฟกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี

มีความรู้สึกหลายอย่างผสมกัน บอกไม่ถูกว่ารู้สึกอะไรบ้าง แต่หนึ่งในนั้นมีความโกรธปะปนอยู่แน่ๆ

ปัญหาคือไม่รู้ว่าควรโกรธใคร

.

แผนปั่นจักรยานไปหนองคายปีนี้ เราไม่อยากหมดเปลืองเวลากับการปั่นฝ่ากรุงเทพฯจึงตกลงกันว่าจะนั่งรถไฟไปลงโคราช ขบวนรถไฟเที่ยวที่ถึงโคราชเช้าตรู่เหมาะควรแก่การเริ่มต้นทริปก็คือขบวนที่ 141 กรุงเทพฯ-อุบลราชธานี

ตั๋วที่ดีที่สุดในขบวนรถไฟเที่ยวนี้คือ ที่นั่งชั้นสองพัดลมซึ่งถูกกันพื้นที่ครึ่งหนึ่งของตู้ซึ่งเป็นที่นั่งชั้นสาม

พูดให้เข้าใจชัดขึ้น รถไฟเที่ยวนี้ก็คือที่นั่งชั้นสามทั้งขบวน โดยกันพื้นที่ครึ่งตู้ไว้ให้ตั๋วนั่งชั้นสองที่พวกเราจับจอง

บางคนในคณะยอมรับว่า เพิ่งเคยเห็นภาพแบบนี้เป็นครั้งแรกในชีวิต และเชื่อว่าเพื่อนๆ รอบตัวซึ่งอยู่ในสังคมอีกสังกัดหนึ่ง ต้องไม่เคยเห็นภาพเช่นนี้แน่ๆ

ผมน่ะเคยเห็นมาตั้งแต่ 30-40 ปีก่อน อีกทั้งยังเคยนอนอยู่ตามข้อต่อรถไฟเวลาไปเที่ยวกับเพื่อน เคยเอากระดาษปรู๊ฟปูพื้นแล้วมุดตัวลงนอนใต้ที่นั่ง เพื่อเก็บแรงสมัยทำค่ายอาสา

มันจึงไม่ใช่ภาพแปลกตาชวนตระหนกตกใจ

แค่รู้สึกว่า 30-40 ปีผ่านไป ใจคอจะไม่มีอะไรเปลี่ยนเชียวหรือ

.

อืม – อยากฟังเรื่องดีๆ บ้างใช่ไหม ไม่ใช่เอาแต่ตำหนิ

ตลอด 8 วันของการเดินทางด้วยจักรยาน ผมพบว่าผู้คนรายทางส่วนใหญ่ล้วนมีน้ำจิตน้ำใจ น่ารัก อารีอารอบ โดยไม่จำเป็นต้องรู้จักกันมาก่อน

บางคนขับรถมาจอดดักหน้าเพื่อยื่นน้ำขวดให้พวกเราจนครบทุกคน
เจ้าหน้าที่ราชการหลายแห่งกระตือรือร้นเป็นธุระหาที่หลับที่นอนให้
คุณป้าร้านแจ่วฮ้อนอนุญาตให้เรากางเต็นท์นอนในร้าน เมื่อรู้ว่ายังหาที่พักไม่ได้ เปิดห้องน้ำห้องท่าให้ใช้ด้วยสีหน้าแววตาบริสุทธิ์จริงใจเหมือนต้อนรับญาติมิตร
เด็กหนุ่มหน้าร้านซ่อมมอเตอร์ไซค์ยกนิ้วโป้งตะโกนด้วยความสุภาพจนแปลกหูว่า – ให้กำลังใจครับพี่ (ทั้งที่เราแค่มาเที่ยว ไม่ได้ต้องการกำลังใจอะไร)
ฯลฯ

อาจเป็นเพราะว่าจักรยานเป็นพาหนะที่กระจอกงอกง่อยที่สุดบนท้องถนน เราจึงได้รับความเอื้อเฟื้อเมตตาจากชาวบ้าน
อาจเป็นเพราะความแปลก ที่คนเหล่านี้เลือกการปั่นจักรยานแบกสัมภาระพร้อมที่จะค่ำไหนนอนนั่น แล้วเรียกว่ามันว่าการท่องเที่ยวพักผ่อน ทำตัวเหมือนฝรั่งดั้งขอ
หรือถ้าจะให้ดูแปลกดูน่าสงสารไปอีกขั้น คือพวกเราที่ปั่นรถนอน recumpbent นอกจากจะเรียกเสียงเฮฮาเจี๊ยวจ๊าวจากชาวบ้านได้เป็นพิเศษแล้ว ตอนที่ลุกขึ้นมาจากรถ ชาวบ้านบางคนยังสะดุ้ง อุทานว่า อ้าว เดินได้ด้วยเหรอ นึกว่าเป็นคนพิการ

รวมๆ แล้วพูดได้ไหมว่า พื้นฐานของการชอบช่วยเหลือ เอื้อเฟื้อ ใจบุญ เป็นต้นทุนอันดีที่เรามี

สิ่งที่น่าแปลกใจคือ พื้นฐานความจิตใจดีนี้มักจะชนเพดานแก้วเสมอ เมื่อมันเริ่มก้าวล่วงเข้าไปถึงโครงสร้างหรือระบบ

เมื่อไหร่ที่ต้องถกกันเรื่องแบบนี้ เราพร้อมจะเปลี่ยนเป็นอีกคนหนึ่ง

.

ขากลับเข้ากรุงเทพฯ สมาชิกเราคนหนึ่งเกือบมีเรื่องกับเจ้าหน้าที่รถไฟ ขณะกำลังยกรถจักรยานขึ้นตู้สัมภาระ

เจ้าหน้าที่ตวาดเสียงดัง ด้วยสาเหตุบางประการที่เราวินิจฉัยว่าน่าจะเป็นความเคยชินในการวางตัว มากกว่าเรื่องเหตุผลความจำเป็น

ผมนึกถึงภาพชาวบ้านที่นอนกองหน้าห้องส้วมตอนขามา สลับกับนึกถึงสิ่งที่คณะจักรยานของพวกเราได้รับน้ำใจเอื้อเฟื้อตลอดรายทาง

ต่อให้ดูลำบากลำบนน่าสงสารแค่ไหน พวกเราก็เป็นแค่นักท่องเที่ยวผู้ผ่านทาง ที่เลือกแล้วว่าจะเดินทางด้วยวิธีนี้

แต่ชาวบ้านที่นั่งกอดเข่านอนกองระเกะระกะอยู่ตามพื้น พวกเขาย่อมมีเหตุผลความจำเป็นในการเดินทาง และพวกเขาควรมีทางเลือกที่ดีกว่าเช่นที่เป็นอยู่

อะไรทำให้บุคลากรในองค์กรที่บริหารขาดทุนต่อเนื่อง ต้องเอาภาษีไปจุนเจือ แต่ยังวางท่าเขื่องกับผู้ใช้บริการราวกับเป็นฝ่ายมีบุญคุณ

เรื่องทำนองนี้มีคนตำหนิต่อว่าไว้เยอะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องพูดซ้ำ

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ผมเพียงอยากฝันหวานว่า ระหว่างการรักษาพื้นฐานจิตใจดีอารีอารอบต่อกันและกัน กับการสร้างระบบที่เปิดให้ทุกคนเข้าถึงบริการที่มีคุณภาพมีศักดิ์ศรีเสมอหน้า เราไม่จำเป็นต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่งก็ได้