“นิคม พุทธา” เตรียมจัดเดินวิ่งรณรงค์แก้หมอกควัน หวังกระตุ้นการแก้ปัญหาไฟป่าจริงจัง

16 ก.ย. 2562 เวลา 9:17 น.

"นิคม พุทธา" นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เตรียมจัดกิจกรรมเดินวิ่ง รณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควัน ในเดือนธันวาคม 2562 หลังเกิดไฟป่ารุนแรงดอยหลวงเชียงดาว หวังเป็นส่วนหนึ่งกระตุ้นให้หน่วยงานที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง

วันนี้ ( 16 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนิคม พุทธา ประธานกลุ่มอนุรักษ์ลุ่มแม่น้ำปิง นักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา เกิดไฟไหม้ดอยหลวงเชียงดาว อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ค่อนข้างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน และเชื่อว่าเกิดจากฝีมือของคนที่เข้าไปแผ้วถางพื้นที่ป่าเพื่อปลูกพืชเชิงเดี่ยว โดยมีการขยายพื้นที่รุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ป่าเพิ่มมากขึ้น

ทำให้ดอยหลวงเชียงดาว ซึ่งถือเป็นพื้นที่ป่าต้นน้ำ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เกิดความเสียหายในวงกว้าง จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อให้ดอยหลวงดาว กลับมาสมบูรณ์ดังเดิม

นายนิคม กล่าวอีกว่า ส่วนตัวจึงมีแนวคิดที่จะจัดกิจกรรมเดินวิ่งจากป่าต้นน้ำ บริเวณบ้านเมืองนะเหนือ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ติดกับแนวชายแดนไทย-เมียนมา และมีการบุกรุกป่าเพื่อใช้พื้นที่ปลูกข้าวโพดเป็นจำนวนมาก ทั้งที่บริเวณดังกล่าวอยู่บนภูเขาสูงชัน และอยู่ในเขตความมั่นคงของทหาร

โดยกิจกรรมดังกล่าวจึงจะจัดขึ้นเพื่อ "รณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควัน เพื่อลมหายใจของทุกคน" ใช้วิธีสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับชาวบ้านตลอดระยะเส้นทางการวิ่ง ตัวกิจกรรมจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงแรก ในวันที่ 20-22 ธันวาคม 2562 เริ่มต้นที่บ้านเมืองนะเหนือ อ.เชียงใหม่ โดยคาดว่าในวันที่ 22 ธันวาคม ขบวนรณรงค์ จะมาถึงที่อ.แม่แตง

สำหรับในช่วงที่ 2 จะเริ่มกิจกรรมเดินวิ่งในวันที่ 27-29 ธันวาคม โดยจะวิ่งต่อจากจุดที่หยุดพักในช่วงที่ 1 ขบวนจะมุ่งหน้าเข้าเมือง และในวันที่ 29 ธันวาคม จะมีการจัดกิจกรรม "รณรงค์แก้ไขปัญหาหมอกควัน เพื่อลมหายใจของทุกคน" โดยคาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าจะเป็นส่วนหนึ่งที่จะกระตุ้นให้หน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบออกมาแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมากขึ้น และหากหน่วยงานใด สนใจจะร่วมสนับสนุนกิจกรรมสามารถติดต่อผ่านทาง inbox เฟซบุ๊ก nikom putta ได้

นายนิคม ยังกล่าวอีกว่า ที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมปลูกป่า มีคนเข้าร่วมกิจกรรมประมาณ 1,200 คน ปลูกต้นไม้ไปกว่า 40,000 ต้น ซึ่งกิจกรรมการปลูกป่าที่ทำขึ้นมาไม่ได้หวังว่าจะเป็นการเพิ่มพื้นป่า แต่ต้องการให้คนได้เข้าไปเรียนรู้ เห็นผลกระทบจากไฟไหม้ป่า และได้เห็นถึงกลไกทางธรรมชาติที่รักษาตัวเอง เป็นโอกาสที่จะได้สื่อสารให้กับคนที่เข้าร่วมกิจกรรมได้เข้าใจในธรรมชาติเพิ่มมากขึ้น