ทีมจับลิขสิทธิ์กระทงเด็ก15 ลั่นไม่ได้เป็นคนโทรสั่งจอง ชี้เด็กโพสต์ขายเอง

06 พ.ย. 2562 เวลา 8:57 น.

ทีมจับลิขสิทธิ์กระทงเด็ก15 ชี้แจงข้อเท็จหลังตกเป็นจำเลยสังคม ไม่ได้เป็นคนโทรสั่งจอง เด็กโพสต์ขายเอง ยืนยันทำตามหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

วันนี้( 6 พ.ย.) นายประจักรษ์ โพธิผล ตัวแทนลิขสิทธิ์บริษัทการ์ตูนแห่งหนึ่ง ชี้แจงต่อสื่อมวลชนหลังตกเป็นจำเลยสังคม หลังแจ้งความที่ สภ.เมืองนครราชสีมา เพื่อเอาผิดกับเด็กสาววัย 15 ปี ก่อนนัดหมายเพื่อซื้อกระทงลายการ์ตูนละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งมีโทษปรับ 50,000 บาท แต่ภายหลังได้เจรจากับครอบครัวเด็กและต่อรองเหลือ 5,000 บาท กระทั่งบริษัทเจ้าของลิขสิทธิ์ได้ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊กว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ตามที่ถูกกล่าวอ้าง

โดยนายประจักรษ์ กล่าวว่า ภายหลังบริษัท TAC ออกแถลงการณ์ว่าไม่ได้มอบหมายให้ผู้ใดเข้าจับกุมสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์ เพราะบริษัทดังกล่าวเป็นฝ่ายดูแลการจัดจำหน่าย ส่วนบริษัท เวอริเซ็ค จำกัด ที่ตนเป็นพนักงาน เป็นฝ่ายปราบปรามโดยตรง ที่ได้รับมอบอำนาจจากประเทศญี่ปุ่น ซึ่งตนได้รับมอบหมายให้ดำเนินการด้านลิขสิทธิ์

ส่วนเรื่องการรับเงิน 50,000 บาท คาดว่าเป็นความเข้าใจผิดทางแง่กฎหมาย ที่ระบุใน พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ม.31 ว่าผู้กระทำผิดต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 50,000-400,000 บาท กรณีของเด็กคือการทำซ้ำและดัดแปลงลวดลายตัวการ์ตูน ซึ่งตำรวจมีหลักฐานว่าน้องได้ลงขายมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมที่ผ่านมา แล้วก็มีการประสานงานกันกับฝ่ายต่างๆ ตนไม่ได้เป็นคนสั่งจองและสั่งซื้อ น้องเป็นคนโพสต์ขายกระทงลายการ์ตูนเอง

"ผมพูดจริง ผมจึงต้องออกมาปกป้องสิทธิของทางบริษัท เด็กแตะต้องไม่ได้หรอ แบบนั้นเด็กก็ไปทำความผิดกันหมด" นายประจักรษ์ กล่าว

จากนั้น เมื่อตำรวจเชิญตัวเด็กมาโรงพักเพื่อเจรจาไกล่เกลี่ยความเสียหายแล้ว ตนในฐานะผู้รับมอบอำนาจมีสิทธิ์ในการตัดสินใจทางคดี และเห็นแก่เด็กจึงถอนแจ้งความ ส่วนเงิน 5,000 บาท ถือเป็นค่าเสียหายที่ต้องส่งให้กับบริษัทตามสิทธิ์ ซึ่งตนก็มีรางวัลนำจับมูลค่าต่ำกว่า 50 เปอร์เซนต์ ยืนยันว่า ดำเนินการทางกฎหมายทั้งกับรายใหญ่หรือรายย่อย

อย่างไรก็ตาม ตนไม่ใช่คนที่สั่งจองกระทงกับเด็กเพื่อให้มาถูกจับกุม และไม่มีใครมาเค้นสอบในห้องมืดตามที่เป็นข่าว ซึ่งห้องที่สอบสวนเป็นห้องประชุม และวันนั้นไม่ได้เปิดแอร์จึงออกมาตามบันไดข้างนอกห้อง ยืนยันว่าไม่มีใครบังคับให้เซ็นต์ยอมรับความผิด ส่วนรายละเอียดทางคดีตนไม่ขอเปิดเผย ทั้งนี้ หากทางครอบครัวหรือบุคคลใดจะแจ้งความกลับ เนื่องจากมองว่าพวกตนเป็นแก๊งตกทรัพย์ก็ยินดี เพราะตนบริสุทธิ์ใจและมีหลักฐาน รวมถึงหนังสือมอบอำนาจที่ไม่สามารถขายให้กันได้

ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวยังสอบถามถึงความสัมพันธ์ของนายประจักษ์กับนายนัน กิ่งเพชร โดยนายประจักษ์เผยว่า รู้จักกัน เขาทำงานกับอีกบริษัทหนึ่ง แค่ประสานงานกัน

 

 

 

 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

-เปิดอาชีพที่แท้จริง “นายนัน” คนจับลิขสิทธิ์กระทงเด็ก