เจ้าของทวิตฯ “หลานของผม”สารภาพโพสต์เรียกยอด

19 ก.พ. 2563 เวลา 8:40 น.

แถลงการจับกุม เจ้าของบัญชี “หลานของผม” หลังอ้างในคำสารภาพว่า แอบถ่ายแฟน ลงโพสต์ออนไลน์เพื่อแค่ให้คนติดตามเยอะ และการจับกุมผู้ต้องหาอีกราย กระทำการคัดลอก ชื่อทวิตเตอร์ คลิป และข้อความจากต้นฉบับ นำเผยแพร่ พร้อมคำรับสารภาพว่า ชื่นชอบเนื้อหาภาพเยาวชนที่มีลักษณะอนาจาร โดยพบการครอบครองสื่อลามก ชื่อทวิตเตอร์ที่มีลักษณะสร้างรายได้จากสมาชิก

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 19 กุมภาพันธ์ พลตำรวจโท จารุวัฒน์ ไวศยะ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ  ในฐานะผู้อำนวยการ ศูนย์พิทักษ์เด็กสตรีครอบครัวและป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศพดส.ตร.) หรือ ไทแคค พร้อมตำรวจสน.บางยี่เรือ  และสถานีภูธร จังหวัดะยอง  ร่วมแถลงการจับกุม นายชัยวัฒน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี ชาวจันทบุรี พนักงานวางระบบคอมพิวเตอร์บริษัทแห่งหนึ่ง เจ้าของบัญชีทวิตเตอร์ “หลานของผม” (@LovePhrik) โดยอ้างว่า บุคคลในคลิปที่โพสต์ไว้ในโลกออนไลน์เป็นหลานสาวของตน แต่จากการสอบสวนนายชัยวัฒน์ อ้างว่า คลิปที่ปรากฎ ได้ถ่ายเล่นกับแฟนสาวซึ่งอายุ 20 ปี โดยแฟนสาวไม่ทราบเรื่อง พร้อมให้การว่า ที่ทำไปเพราะอยากให้มีคนติดตามทวิตเตอร์ ไม่คิดว่าจะกลายเป็นเรื่องใหญ่โต

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงแจ้งข้อกล่าวหาว่า นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองจันทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ไทแคคยังจับกุม นายเอกกมล (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี ชาวกรุงเทพมหานคร อาชีพขับแกร็ปคาร์ ตกเป็นผู้ต้องหา หลังเป็นผู้ก๊อปปี้คลิปวีดีโอจากทวิตเตอร์ “หลานของผม” ตัวจริง ก่อนสวมรอย นำคลิปวีดีโอและข้อความต้นฉบับมาเผยแพร่ต่อในแอคเคาน์ทวิตเตอร์ของตัวเอง (@Larnkhongpom) โดยรับสารภาพการกระทำเพราะรู้สึกชื่นชอบเนื้อหาลักษณะดังกล่าว

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า นายเอกกมล ยังครอบครองสื่อลามกอนาจารเด็กอีกเป็นจำนวนมาก และเปิดทวิตเตอร์ ชื่อ PornKUB_Dekdee63 ที่มีลักษณะประกาศขายสื่อลามกอนาจารเด็กอีกด้วย รวมถึงยังเปิดกลุ่มไลน์ชื่อว่า “เอาไว้ดู” ทำการชักชวนให้สมาชิกเข้าไลน์กลุ่ม โดยเสียค่าสมัคร 300 บาท

ทางตำรวจจึงแจ้งข้อหา ครอบครอง, ค้าหรือประสงค์แห่งการค้าสื่อลามกอนาจารเด็ก ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 287/2 ระหว่างโทษจำคุก 3-10 ปี ปรับ 6 หมื่น ถึง 2 แสนบาท และข้อหาซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามกและข้อมูลคอมพิวเตอร์นั้นประชาชนทั่วไปอาจเข้าถึงได้ มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.หลักสองดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวล่าสุด