สตม.-สธ. ตั้งศูนย์ข้อมูลเฝ้าระวังโควิด19 สกัดปัญหาปกปิดการเข้า-ออกประเทศ

27 ก.พ. 2563 เวลา 6:44 น.

สำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับมือกระทรวงสาธารณสุข ตั้งศูนย์เชื่อมโยงข้อมูลเฝ้าระวังโควิด19 สกัดปัญหาการปกปิดข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก ไทย-ต่างประเทศ เช่น "ปู่-ย่า" เที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น ติดหวัดแพร่เชื้อกลางกรุงฯ

วันที่ 27 ก.พ. 2563 จากกรณีปัญหาการปกปิดข้อมูลการเดินทางเข้า-ออก ไทย-ต่างประเทศ ของ "ปู่-ย่า" ที่ไปท่องเที่ยวฮอกไกโด ประเทศญี่ปุ่น และติดโควิด19 โดยหลานแท้ๆได้รับวินิจฉัยว่าติดเชื้อเช่นกัน แม้ไม่ได้เดินทางไปด้วย

พล.ต.ต. สุรพงษ์ ชัยจันทร์ รองผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับกรมควบคุมโรคและสำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล ถึงการติดตามสถานการณ์ไวรัสโควิด 19 หรือโคโรนา ว่า จากปัญหาที่พบเรื่องการปกปิดข้อมูลการเดินทางกลับจากประเทศกลุ่มเสี่ยง 19 ประเทศ จึงมีการพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไปสู่กระทรวงสาธารณสุข เพื่อเป็นฐานข้อมูลให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ และเป็นการป้องกันการปกปิดข้อมูล

ทั้งนี้ จะมีการตรวจสอบระบบภายในวันนี้ว่า จะมีประสิทธิภาพเชื่อมโยงข้อมูลได้มากน้อยเพียงใด และจะใช้ระบบนี้อย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ ( 28 ก.พ.) และขอให้มั่นใจถึงกรณีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาจากเมืองอู่ฮั่น เเละกวางโจว ประเทศจีน เข้ามายังประเทศไทย เเละยังไม่ได้กลับออกไป มีทั้งสิ้น 1,765 คน ทางกระทรวงสาธารณสุขและสตม.ได้นำเเพทย์เเละเจ้าหน้าที่ไปตรวจร่างกายเเล้ว ยืนยันได้ว่าทั้งหมดปลอดเชื้อไวรัสดังกล่าว ส่วนคนจีนจากเมืองอื่นๆที่ยังคงอยู่ในประเทศไทย ก็พ้นระยะการฟักตัวแล้ว ไม่พบผู้ป่วยรายใหม่ ยืนยันปลอดภัย ซึ่งสาเหตุที่นักท่องเที่ยวเหล่านี้ ยังไม่เดินทางกลับประเทศ เพราะเกรงว่าหากกลับไปอาจจะติดเชื้อไวรัส ดังกล่าว

ทางด้านนายแพทย์สุวิช ธรรมปาโล ตัวแทนจากกระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า การใช้ข้อมูลในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ในการวิเคราะห์สถานการณ์ร่วมกัน เเละป้องกันการแพร่ระบาดขั้นเฟส 3 ในอนาคต ข้อมูลดังกล่าวจะทำให้การรักษาและการควบคุมโรคเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ทุกคนจะได้รับการดูเเลอย่างใกล้ชิด เฝ้าสังเกตอาการอย่างมีประสิทธิภาพ และในอนาคตจะมีการพัฒนาการเชื่อมโยงข้อมูลเป็นแอพลิเคชั่น เพื่อให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงข้อมูลและสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง ยืนยันว่าจะมีการคุ้มครองข้อมูลบุคคลทั้งหมด เป็นความลับ