กีฬา กีฬาจิปาถะ กีฬาต่างประเทศ ข่าว คอลัมน์

กีฬาจิปาถะ : เมื่อเขาไม่พร้อมก็กลับบ้านเรา…เถอะ

 

 

กีฬาจิปาถะ : กลับบ้านเราเถอะ

“กีฬาซีเกมส์” เปิดฉากแข่งขันอย่างเป็นทางการมาแล้ว 3 วัน แต่สิ่งที่แฟนกีฬาทั่วอาเซียนพูดถึงกลับไม่ใช่เรื่องราวการแข่งขัน แต่พูดถึงการบริหารจัดการที่ย่ำแย่ของ “เจ้าภาพ” มาเลเซีย ซะเป็นส่วนใหญ่

 

 

โดย มาเลเซีย โดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงเรื่องการจัดการแข่งขัน เพราะถ้าพูดกันตามความจริงแล้ว พวกเขาแทบจะพร้อมเลยสำหรับการเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน จนเป็นที่มาของความผิดพลาดมากมาย

 

…ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น “กีฬาจิปาถะ” เรียบเรียงมาให้ทราบกันครับ

 

ประเดิมกันที่เรื่องแรกซึ่งไม่น่าผิดพลาด ก็คือ การพิมพ์ธงชาติของอินโดนีเซีย “ผิด” ในสูจิบัตรที่จะต้องแจกให้กับแขกวีไอพีในพิธีเปิดการแข่งขัน โดยพิมพ์กลับหัว และกลายเป็นธงชาติโปแลนด์ไปในที่สุด จนเป็นเหตุให้ อินโดนีเซีย แสดงความไม่พอใจ และสุดท้าย รัฐมนตรีกีฬาของมาเลเซีย ต้องออกมาขอโทษขอโพย เพราะหวั่นจะกระทบต่อความสัมพันธ์ของ 2 ประเทศ

 

 

มาต่อกันที่ความผิดพลาดในเรื่องการจัดการแข่งขันกีฬากันบ้าง ที่ประเด็นใหญ่โตอยู่ในเวลานี้ ก็คือ พวกเขาปล่อยให้นักกีฬาสิงคโปร์ รวมถึง วาสนา คูทวีทรัพย์ สองนักกีฬายิงธนู ที่มีความพิการทางขา เดินไปเก็บลูกธนูด้วยตัวเอง ทั้งที่ตามหลักสากลแล้วจะอนุญาตให้มีการจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกกรณีมีนักกีฬาคนพิการเข้าร่วมแข่งขัน จนเป็นเหตุให้ นักกีฬาสิงคโปร์ ที่ต้องนั่งวีลแชร์ลงทำการแข่งขัน ไม่พอใจถอนตัวจากการแข่งขันไป เพราะ “เจ้าภาพ” ยังยืนยันว่า ถ้าจะแข่งก็เดินไปเก็บลูกเอง

นอกจากในสนามกีฬาแล้ว นอกสนาม “เจ้าภาพ” ก็ไม่ได้ดูแลนักกีฬาดีเลย โดยทีมกีฬาที่เจอกับตัวไปเต็ม ๆ คงหนีไม่พ้นทีมฟุตซอลทั้งชายและหญิง เริ่มตั้งแต่เข้าพักโรงแรมก็โดนจับแยกพักคนละชั้น รวมทั้งหมด 16 ชั้น

แค่นั้นยังไม่พอ “เจ้าภาพ” ยังไม่เตรียมรถรับส่งเวลาไปฝึกซ้อมให้กับทีมฟุตซอลอีกด้วย จนทำให้ต้องใช้บริการแท็กซี่ทุกวัน รวมถึงไปถึงสนามฝึกซ้อมก็เปลี่ยนเวลาโดยไม่แจ้ง และมีหลายครั้งที่ ฟุตซอลไทย ต้องไปเช่าสนามฝึกซ้อมเอง ซึ่งไม่เป็นส่วนตัวเลย

 

 

ยังไม่หมดเรื่องอาหารการกิน “ทีมฟุตซอล” ก็โดน โดยเมื่อวันศุกร์ (18 ส.ค.) ที่ผ่านมา นักเตะเดินทางกลับมาฝึกซ้อมในเวลา 15.00 น. เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน แต่ทางเจ้าหน้าที่โรงแรมกลับบอกว่า หมดเวลารับประทานอาหารกลางวันแล้ว ต้องรอรับประทานอาหารเย็นเวลา 18.00 น. เลย อีกทั้งเจ้าหน้าที่โรงแรมยังยืนยันด้วยว่า ถ้าหากจะให้ทำข้าวกล่องเพื่อไปรับประทานหลังฝึกซ้อมที่สนาม จะต้องทำเรื่องแจ้งโรงแรมก่อน 2-3 วัน

“ทีมวอลเลย์บอลสาวไทย” เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่โดน “เจ้าภาพ” เล่นงาน โดยทันทีที่เดินมาถึงประเทศมาเลเซีย ก็เจอรับน้องด้วยการให้นั่งรอรถบัสที่จะมารับจากสนามบินไปโรงแรมที่พัก 4 ชั่วโมง ก่อนที่จะล่าสุดนักกีฬาได้ลงมารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม แต่กลับพบว่า อาหารหมด ที่สำคัญเจ้าหน้าที่โรงแรมดันบอกว่า “รอไปก่อน”

ปิดท้ายกันที่ “สมาคมยิมนาสติก” เป็นสมาคมล่าสุดที่โดนพิษความไม่พร้อมของ “เจ้าภาพ” เล่นงาน โดย “มาเลเซีย” ไม่จัดรถมารับนักยิมนาสติกไทยในวันที่นักกีฬาจะต้องลงแข่งขัน ทำให้ต้องนั่งแท็กซี่ไปแข่งขันเอง จนทำให้เกือบไปแข่งขันไม่ทัน รวมถึงทางเจ้าภาพยังจัดโปรแกรมการแข่งขันแบบแปลก ๆ โดยจัดให้แข่งในเวลา 22.00 น. ของทุกคน ซึ่งในซีเกมส์ที่ผ่านมา ยิมนาสติก ไม่เคยลงแข่งขันในเวลาดึกขนาดนี้

 

 

นี่เป็นเพียงเรื่องราวส่วนหนึ่งที่นักกีฬาไทยพบเจอมา หลังจากซีเกมส์ออกสตาร์ทอย่างเป็นทางการไปเพียง 3 วัน ซึ่งเชื่อเหลือเกินว่า ในอีก 9 วันที่เหลือนักกีฬาไทยคงจะเจออะไรมากกว่านี้อย่างแน่นอน

…เพราะต้องยอมรับว่า ถึงแม้ “มาเลเซีย” จะมีสนามกีฬามากมายและใหญ่โต แต่ในเรื่องการดูแลนักกีฬาพวกเขายังต้องปรับปรุงแก้ไขอีกมาก

 

ที่สำคัญแฟนกีฬาชาวไทยที่ติดตามข่าวความไม่พร้อมของ มาเลเซีย ต่างก็อยากจะฝากไปถึงนักกีฬาไทยเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า “ถ้าเขาไม่พร้อม ก็กลับบ้านเราเถอะ”