ข่าว ทั่วไทย

มหากาพย์ “ครูจอมทรัพย์” คดีดังในรอบปี ผู้บริสุทธิ์จริง หรือ “แพะ”

 

คดีดังในรอบปี อีกคดีที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ เพราะภายในระยะเวลาเพียงไม่กี่เดือน ครูจอมทรัพย์ ที่ปรากฏชื่อเป็นที่สนใจของสังคมว่า เธอคือ “แพะ” แต่เมื่อเวลาผ่านไป เหตุการณ์กลับตาลปัตร เพราะแผนการที่เธอวางไว้ ได้ทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

จาก เหตุการณ์ เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2558 ครูจอมทรัพย์ พ้นโทษในข้อหาขับรถชนผู้อื่นเสียชีวิต 27 พ.ย. 2560 ครูจอมทรัพย์ กลับเข้าเรือนจำ ข้อหาแจ้งเท็จ, เบิกความเท็จ, หมิ่นประมาท, อั้งยี่ซ่องโจร

ขณะที่ ค่ำวันที่ 11 มีนาคม 2548 ตำรวจได้รับแจ้งอุบัติเหตุรถกระบะเฉี่ยวชนจักรยานเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย คือนายเหลือ พ่อบำรุง เหตุเกิดเมื่อเวลาประมาณ 20.30 น. บนถนนสายธาตุน้อย-นาเหนือ อ.เรณูนคร จ.นครพนม รถคันก่อเหตุคือรถทะเบียน บค 56 สกลนคร มีผู้ขับคือนางจอมทรัพย์ แสนเมืองโคตร พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานก่อนสรุปสำนวนฟ้อง

คดีเริ่มเข้าสู่กระบวนพิจารณา โดยที่เวลานั้นไม่ปรากฏพยานรายใด ให้การว่ามีบุคคลที่เป็นชายออกมาจากรถ 25 สิงหาคม 2549 ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำคุกนางจอมทรัพย์เป็นเวลา 3 ปี 2 เดือน ต่อมา 7 พฤษภาคม 2552 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 พิพากษากลับให้ยกฟ้อง และวันที่ 24 กันยายน 2556 ศาลฎีกาพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำคุกตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ในข้อหา ขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย จำคุก 3 ปี คดีชนแล้วหนี จำคุก 2 เดือน รวมโทษจำคุก 3 ปี 2 เดือน ครูจอมทรัพย์ถูกคุมขัง ในเรือนจำกลางจังหวัดนครพนม

ขบวนการสร้างพยานเท็จเริ่มต้นขึ้น 30 พฤศจิกายน 2556 นายสุริยา นวนเจริญ หรือ ครูอ๋อง เพื่อนสนิทครูจอมทรัพย์ นำนายสับ วาปี กับพวกรวม 10 คน ไปพบ สมาชิกวุฒิสภามุกดาหาร เพื่อปรึกษาเรื่องคดี โดยอ้างว่านางจอมทรัพย์ไม่ได้ก่อเหตุ วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2558 ระหว่างที่อยู่ในเรือนจำ ครูจอมทรัพย์ มอบหมายให้หลานสาวยื่นคำร้องขอให้รื้อฟื้นคดีอาญา โดยอ้างว่ามีพยานหลักฐานใหม่อันชัดแจ้ง และสำคัญแก่คดี ซึ่งถ้าได้นำมาสืบจะแสดงว่าผู้ร้องไม่ได้กระทำความผิด

ครูจอมทรัพย์ ถูกคุมขัง และได้รับการอภัยโทษ ออกมาเมื่อวันที่ 3 เมษายน 2558 รวมเวลาอยู่ในเรือนจำ 1 ปี 6 เดือน หลังได้รับการปล่อยตัวเธอออกมาเดินหน้าเรียกร้องกระทรวงยุติธรรมขอให้รื้อฟื้นคดี ด้วยตัวเอง กระทั่ง 19 กันยายน 2559 ศาลรับคำร้อง คดีถูกรื้อฟื้นนำสู่กระบวนการพิจารณาพิพากษาใหม่ แต่นั่น กลับเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ขบวนการสร้างพยานหลักฐานเท็จถูกเปิดเผย และนับเป็นคดีแรกที่ศาลชี้ว่า มีกระบวนการสร้างพยานหลักฐาน เพื่อช่วยเหลือครูจอมทรัพย์ให้หลุดพ้นคดีอาญา

ตัวละครในขบวนการไม่ต่ำกว่า 10 คน ถูกเรียกตัวสอบสวน ตำรวจขอหมายจับผู้เกี่ยวข้องอย่างน้อย 4 คน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาผู้ร่วมขบวนการแล้วไม่น้อยกว่า 7 คน เจ้าหน้าที่กระทรวงยุติธรรมถูกเรียกตัวสอบปากคำ เพราะอาจมีส่วนรู้เห็นในบางช่วงตอน ซึ่งคดีนี้ นับเป็นการทำลายความน่าเชื่อถือกระบวนการยุติธรรมอย่างร้ายแรง

คดีครูจอมทรัพย์ ไม่ใช่คดีแรกที่ขอรื้อฟื้นคดีขึ้นพิจารณาคดีใหม่ เพราะอย่างน้อยในปี 2560 นายพัสกร สิงคิ ก็เป็นอีกคน ที่ขอให้รื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่เช่นกัน ในคดียิงผู้อื่นถึงแก่ความตาย แต่หลักฐานที่มีไม่เพียงพอ ศาลยกคำร้อง เขาต้องกลับเข้าเรือนจำไม่ต่างกับครูจอมทรัพย์ แม้จะมีหลายคดีที่เข้าหลักเกณฑ์การขอรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ แต่คดีที่เข้าสู่การพิจารณาแล้ว ก็ไม่เคยปรากฎการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษา ที่แสดงว่าจำเลยเป็นผู้บริสุทธิ์ที่แท้จริง หรือที่สังคมให้คำนิยามกันว่า แพะ

 

 

 

 

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน