กรุงเทพมหานคร

ห้ามชัด! รับแป๊ะเจี๊ยะ ผิดอาญาเท่ากับรับสินบน

สพฐ.ออกหนังสือเตือนโรงเรียนห้ามรับเงินรับแป๊ะเจี๊ยะ ซึ่งจะมีความผิดเท่าการรับสินบนตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมายป.ป.ช. พร้อมสั่งให้ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงเรียนที่มีการแข่งขันสูง ที่อาจจะมีการเรียกรับเงินจากผู้ปกครองนักเรียน

สพฐ. คลอดกฎเหล็ก “แป๊ะเจี๊ยะ”

นายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (เลขาธิการ กพฐ.) ลงนามในหนังสือที่ ศธ 04009/ว.1819 เรื่อง “มาตรการป้องกันการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทนเพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษาสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)” ถึงผู้อำนวยสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(สพท.) ทั่วประเทศ โดยอ้างถึงมาตรการ ป้องกันการเรียกรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ตอบแทน เพื่อโอกาสในการเข้าเรียนในสถานศึกษา “แป๊ะเจี๊ยะ” ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยให้ ผอ.เขตพื้นที่ฯ ผอ.สถานศึกษา และประธานกรรมการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐานประจำเขตตรวจราชการ ร่วมดำเนินการป้องกันการเรียกรับทรัพย์สินฯ ดำเนินการดังต่อไปนี้

1.ให้เขตพื้นที่การศึกษาฯ ลงพื้นที่สุ่มตรวจการรับนักเรียน ปีการศึกษา 2561 โดยเฉพาะโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง และเร่งรัดประชาสัมพันธ์ สร้างความรู้ ความเข้าใจให้ผู้ปกครองนักเรียน ประชาชนรวมทั้งข้าราชการในสังกัดรับทราบถึงความผิดและบทลงโทษ กรณีการเรียกรับ หรือ ยอมจะรับทรัพย์สิน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีของเงินบริจาค ซึ่งการกระทำดังกล่าวไม่อาจถือได้ว่าเป็นเงินบริจาค แต่ถือเป็นเงิน “สินบน” ในฐานะผู้รับสินบนและให้สินบน ซึ่งมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา และกฎหมาย ป.ป.ช.

2.กรณีมีผู้บริจาคทรัพย์สินให้สถานศึกษาถือปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ว่าด้วยการรับเงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้สถานศึกษา พ.ศ.2552 อย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันปัญหาการเรียกรับแป๊ะเจี๊ยะ

3.ให้ประธานกรรมการบริหารการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประจำเขตตรวจราชการสนับสนุน ส่งเสริมประสานความร่วมมือ ควบคุม กำกับติดตาม ประเมินผลเขตพื้นที่ฯ และสถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการตามมาตรการดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

มทภ.4 แฉหลักฐานปอเนาะปัตตานีทุจริตเงินอุดหนุน

ส่วนที่ปัตตานี พล.ท.ปิยวัฒน์ นาควานิช แม่ทัพภาคที่ 4 ได้แถลงข่าวการดำเนินการตรวจสอบการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาของรัฐ พร้อมทั้งนำหลักฐานมายืนยันว่า โรงเรียนบากงพิทยา ต.บางเขา อ.หนองจิก จ.ปัตตานี มีความเกี่ยวโยงต่อการทุจริตเงินอุดหนุนการศึกษาของรัฐ

หลังเมื่อวันที่ 10 ม.ค.ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบพบหลักฐานบ่งชี้ว่าโรงเรียนบากงพิทยา มีพฤติกรรมการทุจริต คือ
1.บัญชีรายนักเรียนที่ไม่ตรงกับจำนวนที่เข้าเรียนจริง
2.ใบเสร็จรับเงินที่จัดซื้อหนังสือเรียนที่ไม่ตรงกับข้อเท็จจริง
3.มีการจ่ายค่าตอบแทนครูน้อยกว่าที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
4.มีการจ่ายค่าเสี่ยงภัยของครูน้อยกว่าที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนด
5.หลักฐานที่ใช้เพื่อเบิกงบประมาณของรัฐ พบ มีสถานประกอบการเกี่ยวข้องร่วมกระทำความผิดในฐานะผู้ให้การสนับสนุนอีกหลายแห่ง

นอกจากนี้ยังพบพฤติกรรมให้การสนับสนุนผู้ก่อเหตุรุนแรง คือ การจ่ายเงินรายเดือนให้ผู้ก่อเหตุรุนแรง และญาติ ซึ่งจากการตรวจสอบ เชื่อว่าน่าจะโรงเรียนในพื้นที่ จ.ปัตตานี อีกหลายแห่งที่มีพฤติกรรมทุจริตคล้ายกัน ซึ่งพฤติกรรมดังกล่าวทำให้รัฐเสียหายไม่ต่ำกว่าปีละ 700 ล้านบาท จากงบที่ลงไปปีละกว่า 1,260 ล้านบาท เยาวชนเสียโอกาสทางการศึกษาปีละกว่า 1 แสนคน จากทั้งหมด 1.6 แสนคน ครูเสียผลประโยชน์ที่แท้จริง 4,000 คน