ทั่วไทย

ภาคประชาชน จี้ รัฐ ยกเลิกใช้ “พาราควอต” และจำกัดการใช้สารพิษ

เครือข่ายสนับสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง เปิดเวทีอภิปราย “ยุติผลประโยชน์ทับซ้อน เรียกหาความโปร่งใสของคณะกรรมการวัตถุอันตราย”

เครือข่ายสนับสนับสนุนการแบนสารพิษอันตรายร้ายแรง เปิดเวทีอภิปราย “ยุติผลประโยชน์ทับซ้อน เรียกหาความโปร่งใสของคณะกรรมการวัตถุอันตราย” พร้อมทั้งออกแถลงการณ์เรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการวัตถุอันตราย ยกเลิกการใช้พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซตทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข โดยมี ดร.มานะ นิมิตรมงคล องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน ,นายวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ มูลนิธิชีววิถี ,นางบุญยืน ศิริธรรม สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค และสุรชัย ตรงนาม มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม

โดยในการอภิปรายมีการตั้งข้อสังเกต ว่า คณะกรรมการพิจารณาวัตถุอันตรายซึ่งมีจำนวน 29 คน ในจำนวนนี้มีผู้ที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนชัดเจน 3 คนซึ่งไม่ควรอยู่ร่วมในการพิจารณา โดย 2 คนเป็นอดีตข้าราชการกรมวิชาการเกษตร และอดีตข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งปัจจุบันทำงานให้เอกชน

นายวิทูรย์ เลี่ยนจำรูญ ผู้อำนวยการมูลนิธิชีววิถี กล่าวว่า หากคณะกรรมการวัตถุอันตรายมีความเห็นว่าไม่ยกเลิกการใช้สารอันตราย จะถือเป็นความรับผิดชอบของนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลทั้งคณะและแสดงว่ารัฐบาล คสช.ที่เข้ามาบริหารเพื่อปฏิรูปประเทศเห็นแก่ประโยชน์ของบรรษัทขายสารเคมีเหล่านี้มากกว่าสุขภาพของประชาชน และขณะนี้ยังไม่เห็นรายงานของอนุกรรมการที่ศึกษาเรื่องนี้

ขณะที่ นายสุรชัย ตรงงาม จากมูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า การพิจารณาของคณะกรรมการวัตถุอันตรายเป็นเรื่องที่สำคัญและเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมโดยตรง การพิจารณาจึงต้องให้ความสำคัญกับกฎหมายด้วย

 

โดยบ่ายวันเดียวกัน นายมงคล ด้วงเขียว ตัวแทนเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก ได้นำเครือข่ายฯ เข้ายื่นแถลงการณ์ต่อประธานกรรมการวัตถุอันตราย ที่กรมโรงงานอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม

สำหรับแถลงการณ์ระบุว่า ตามที่คณะกรรมการวัตถุอันตรายจะมีการประชุมเพื่อพิจารณายกเลิกและจำกัดการใช้วัตถุอันตราย ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2561 โดยคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตราย พาราควอต คลอร์ไพริฟอส และไกลโฟเซต จะสรุปข้อมูลและนำเสนอต่อกรรมการวัตถุอันตรายในวันดังกล่าว

เครือข่ายฯ สนับสนุนข้อเสนอของกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้มีการแบนพาราควอต และคลอร์ไพริฟอส และจำกัดการใช้ไกลโฟเซต และได้ติดตามสถานการณ์ความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับประเด็นดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พบความไม่ชอบมาพากล ในกระบวนการพิจารณาการแบนสารพิษดังกล่าว 1.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเฉพาะกิจพิจารณาการควบคุมวัตถุอันตรายฯ มีตัวแทนจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และอดีตข้าราชการในกระทรวงนั้นถึง 4 คน และอีก 4 คน เลือกจากผู้ที่แสดงจุดยืนสนับสนุนกระทรวงเกษตรฯ จากคณะกรรมการที่มีจำนวน 12 คน

2.อนุกรรมการเฉพาะกิจฯ ดังกล่าวเสนอใช้ข้อมูลเก่า ล้าสมัย เพื่อโน้มน้าวให้มีการใช้สารพิษร้ายแรงดังกล่าวต่อไป โดยเพิกเฉยต่อข้อมูลเชิงประจักษ์และรายงานใหม่ๆ เป็นจำนวนมาก ดังที่เครือข่ายนักวิชาการจากหลายสถาบัน เช่น สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยมหิดล และมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นต้น 3.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการวัตถุอันตรายอย่างน้อย 3 คน เกี่ยวข้องกับบริษัทค้าสารพิษอันตรายทั้ง 3 ชนิด

เครือข่ายฯ จึงเรียกร้องต่อนายกรัฐมนตรี และประธานคณะกรรมการวัตถุอันตรายต้องดำเนินการให้มีการพิจารณายกเลิกและจำกัดการใช้สารพิษดังกล่าวอย่างโปร่งใส ปราศจากผลประโยชน์ทับซ้อน และต้องเปิดเผยผลการศึกษาทั้งหมด

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน