ย้อน 5 ปี ผู้ป่วย-ผู้เสียชีวิต “ไข้เลือดออก” พุ่ง !!

กรมควบคุมโรค ห่วงปัญหาไข้เลือดออก สั่งการหน่วยงานในพื้นที่เฝ้าระวังและประชาสัมพันธ์เข้มข้น

นายแพทย์อัษฎางค์ รวยอาจิณ รองอธิบดีและโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึง สถานการณ์โรคไข้เลือดออกในปี 2561 ตั้งแต่ 1 มกราคม – 11 มิถุนายน 2561 ประเทศไทยมีผู้ป่วยแล้ว 17,302 ราย เสียชีวิต 21 ราย
จากข้อมูลการป่วยและเสียชีวิตตามกลุ่มอายุ พบว่า
เด็กวัยเรียนอายุ 10–14 ปี อัตราการป่วยสูงสุด
รองลงมาอายุ 5-9 ปี

ส่วนการเสียชีวิตพบว่าในปี 2561 นี้ ผู้ป่วยที่เสียชีวิตมากกลับเป็นกลุ่มผู้ใหญ่อายุ 15 ปีขึ้นไป จำนวน 14 ราย (จากทั้งหมด 21 ราย)

หากย้อนกลับ5 ปี จะพบว่า สถานการณ์โรคไข้เลือดออก ในช่วง 6 เดือน (ตั้งแต่ มกราคม – มิถุนายน ) มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น

ปี 61 ผู้ป่วยสะสม 17,302 เสียชีวิต 21 ราย
ปี 60 ผู้ป่วยสะสม 13,961 เสียชีวิต 27 ราย
ปี 59 ผู้ป่วยสะสม 19,029 เสียชีวิต 16 ราย
ปี 58 ผู้ป่วยสะสม 24,248 เสียชีวิต 13 ราย
ปี 57 ผู้ป่วยสะสม 10,670 เสียชีวิต  7 ราย


กรมควบคุมโรค ขอแนะนำให้ประชาชนสังเกตอาการตนเองและคนในครอบครัว หากมีอาการไข้สูงมากโดยฉับพลัน ปวดเมื่อย หน้าตาแดง อาจมีผื่นขึ้นใต้ผิวหนังตามแขนขา ข้อพับ ถ้ามีไข้สูง 2-3 วันไม่หายหรือไม่ดีขึ้น ต้องรีบไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลโดยเร็ว เพื่อรับการตรวจวินิจฉัยหาสาเหตุของไข้ ไม่ควรไปฉีดยาลดไข้หรือซื้อยากินเอง และขอให้ดูแลเป็นพิเศษในผู้มีโรคเรื้อรังประจำตัวและผู้สูงอายุ เพราะหากป่วยแล้วมีโอกาสรุนแรงกว่าปกติได้

ส่วนการป้องกัน ยึดหลัก “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” คือ
1.เก็บบ้านให้สะอาด ไม่ให้มีมุมอับทึบเป็นที่เกาะพักของยุง
2.เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง
3.เก็บน้ำ ภาชนะใส่น้ำต้องปิดฝาให้มิดชิดป้องกันไม่ให้ยุงลายวางไข่
เพื่อป้องกัน 3 โรคในคราวเดียวกัน คือ 1.โรคไข้เลือดออก 2.โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และ 3.ไข้ปวดข้อยุงลาย

หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422