สทนช. ลดพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนัก ปรับแผนระบายน้ำตะวันออก

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต รายงานพื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักมากและฝนตกสะสมลดลงเหลือ 20 จังหวัด ระหว่างวันที่ 11-15 กันยายนยังคงมีฝนตกหนักบางพื้นที่และลมแรง

พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักลดลงเหลือ 20 จังหวัด

ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต รายงานว่า บริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จะมีฝนตกหนักบางพื้นที่และมีลมแรง วันที่ 11 – 15 ก.ย. 61 ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้มีฝนลดลง

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสม 20 จังหวัด ได้แก่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ,เชียงใหม่, ลำพูน ,ลำปาง ,ตาก ,กำแพงเพชร,ชัยภูมิ ,นครราชสีมา, บุรีรัมย์, สุรินทร์ ,ศรีสะเกษ, อุบลราชธานี, ปราจีนบุรี ,จันทบุรี ,ตราด ,กาญจนบุรี ,อุทัยธานี นครสวรรค์, ลพบุรี และจังหวัดสระบุรี

สำหรับอ่างเก็บน้ำที่ความจุเกิน 100% ขนาดใหญ่ 2 แห่ง คือ เขื่อนน้ำอูน ปริมาณน้ำลดลงเล็กน้อย จาก 106% เป็น 105% เช่นเดียวกับเขื่อนแก่งกระจาน ลดจาก 103% เหลือ 102%

อ่างเก็บน้ำหลักที่เฝ้าระวัง พบว่าปริมาณน้ำเท่าเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงมากนัก ได้แก่ เขื่อนวชิราลงกรณ 95% ,เขื่อนศรีนครินทร์ 92% ,เขื่อนรัชชประภา 85% ,เขื่อนขุนด่านปราการชล 86% และเขื่อนนฤบดินทรจินดา ระดับน้ำเพิ่มเล็กน้อยจาก 88% เป็น 89%

ที่ประชุมคณะทำงานอำนวยการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ เห็นชอบการปรับแผนการบริหารจัดการน้ำ โดยเร่งพร่องน้ำพื้นที่ ที่คาดการณ์จะเกิดฝนตกหนัก และเก็บกักน้ำภาคเหนือตอนบน ภาคอีสานตอนบน และเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ทั้งลุ่มน้ำเจ้าพระยา ,ลุ่มน้ำนครนายก ,ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ,รวมถึงจังหวัดตราด ,จันทบุรี และเพชรบุรี

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

สำหรับลุ่มน้ำปราจีนบุรี ,นครนายก และบางปะกง จะเร่งระบายน้ำแม่น้ำนครนายก และปราจีนบุรี โดยผันน้ำเข้าคลองชลประทานฝั่งตะวันออกแม่น้ำเจ้าพระยา และพร่องน้ำจากเขื่อนแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี และน้ำที่ยังค้างในปัจจุบัน เพื่อรองรับน้ำก้อนใหม่ หลังคาดการณ์ว่า ปลายเดือนนี้ถึงต้นตุลาคม จะมีฝนตกเหนือเขื่อนแก่งกระจาน และในพื้นที่จังหวัดเพชรบุรีเพิ่มขึ้น