Breaking ข่าว

จับตา “ล็อค-ไม่ล็อคสเปค” ประมูลป้ายจราจรอัจฉริยะ?

วันที่ 24 เม.ย. 60 — กรุงเทพมหานคร (กทม.) เตรียมเปิดประมูลโครงการป้ายจราจรอัจฉริยะ จำนวน 50 ป้าย เนื่องจากสัญญาเดิมกำลังจะสิ้นสุดสิ้นเดือน พ.ค. นี้ และมีการจับตาว่า จะมีการล็อคสเปคโครงการหรือไม่

โครงการป้ายจราจรอัจฉริยะของ กทม. เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2548 โดยมีบริษัท จีเนียส ทราฟฟิค ซิสเต็ม จำกัด ได้รับสิทธิ์เป็นผู้ลงทุนก่อสร้างและบริหารจัดการดูแลรักษาป้าย จำนวน 40 จุดทั่วพื้นที่ กทม. และสัญญากำลังจะสิ้นสุดสิ้นเดือน พ.ค. นี้ จึงทำให้กรุงเทพมหานครจัดทำทีโออาร์ เพื่อเปิดประมูลใหม่

ป้ายจราจรอัจฉริยะแม้จะเป็นโครงการที่ดี แต่การเปิดประมูลใหม่ครั้งนี้ มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในร่างทีโออาร์ที่ กทม. กำลังจัดทำอยู่ อาจล็อคสเปคให้กับเอกชนรายหนึ่งรายใดเป็นพิเศษหรือไม่? โดยเฉพาะการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลว่า ต้องเป็นนิติบุคคลหรือกลุ่มนิติบุคคลที่มีบุคลากรที่มีประสบการณ์ทางด้านงานติดตั้งป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ หรืองานติดตั้งป้ายรายงานสภาพจราจร และงานควบคุมระบบป้ายในสัญญาเดียวกัน และมีผลงานย้อนหลังไม่เกิน 15 ปี ณ วันยื่นซองและมีทุนจดทะเบียน ซึ่งชำระครบถ้วนแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท พร้อมทั้งต้องแสดงประวัติการทำงานของบุคลากรนั้น ด้วยผลงานที่จะนำเข้ามาพิจารณาในโครงการนี้ย้อนหลังไม่เกิน 3 ปี

อย่างไรก็ตาม มีการตั้งข้อสังเกตว่า ในร่างทีโออาร์ที่ กทม. กำลังจัดทำอยู่ อาจล็อคสเปคให้กับเอกชนรายหนึ่งรายใดเป็นพิเศษหรือไม่ โดยเฉพาะการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าร่วมประมูลที่ระบุว่า ต้องเป็นนิติบุคคล หรือ กลุ่มนิติบุคคล ที่จดทะเบียนในประเทศไทย ที่มีประสบการณ์ มีผลงานทางด้านงานติดตั้งป้ายปรับเปลี่ยนข้อความ หรือ งานติดตั้งป้ายรายงานสภาพการจราจร และงานศูนย์ควบคุมระบบป้ายในสัญญาเดียวกัน วงเงินไม่น้อยกว่า 15 ล้านบาท และเป็นผลงานที่เป็นคู่สัญญาโดยตรงกับ กทม. ส่วนราชการ หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการส่วนท้องถิ่น รัฐวิสาหกิจหรือหน่วยงานเอกชนที่ กทม. เชื่อถือ

ทั้งนี้ "สปริงนิวส์" ได้ตรวจสอบร่างทีโออาร์โครงการป้ายจราจรอัจฉริยะโครงการใหม่ พบว่า กทม. ตั้งราคาต่ำสุดของการประมูลเริ่มต้นที่ 15.3 ล้านบาท รูปแบบสัญญาจะให้เอกชนเป็นผู้ลงทุน ปรับปรุงและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของป้ายจราจรอัจฉริยะ จำนวน 50 ป้าย คือ ปรับปรุงป้ายเดิม 40 ป้าย และติดตั้งป้ายใหม่ 10 ป้าย ให้มีความทันสมัยมากขึ้น

โดยเอกชนที่ชนะการประมูลจะได้สิทธิ์ในการหาผลประโยชน์จากการโฆษณาบนป้ายจราจรอัจฉริยะเป็นเวลา 3 ปี โดยเอกชนต้องชำระค่าตอบแทนรายปี จำนวนปีละไม่เกินน้อยกว่า 3.5 ล้านบาท และชำระค่าใช้สิทธิรายเดือนต่อจุดติดตั้งเป็นเงินไม่น้อยกว่า 1.9 หมื่นบาทต่อจุด รวม 50 จุด คิดเป็นเงินไม่น้อยกว่า 9.8 แสนบาท และ กทม. จะพิจารณาต่ออายุสัญญาอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 3 ปี รวม 9 ปี

ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. ยืนยันว่า จะไม่มีการล็อคสเปคเอื้อประโยชน์ให้เอกชนรายหนึ่งรายใดเด็ดขาด ทุกอย่างต้องทำตามระเบียบ และถ้าโครงการนี้มีอะไรที่ไม่ดีเกิดขึ้น ให้ไปตำหนิ พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าฯ กทม. ได้เลย เพราะเป็นคนรับผิดชอบ

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ ระบุว่า ได้มีการประกาศร่างทีอาร์แล้ว โดยจะมีการประมูลผ่านระบบอี-อ็อกชันเท่ากัน

พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผู้บังคับการตำรวจจราจร (ผบก.จร.) มองว่า ป้ายจราจรอัจฉริยะเป็นป้ายที่มีประโยชน์ ช่วยแก้ไขปัญหาการจราจร มีการแจ้งข้อมูลข่าวสารให้ประชาชน เพื่อให้เขาตัดสินใจเลือกเส้นทางในการเดินทาง หากผู้ใช้รถไม่รับรู้ข่าวสารการจราจรว่า ถนนเส้นที่กำลังจะเดินทางไปรถติดหนัก หากไม่ทราบข้อมูลเขาก็จะขับต่อไป ทำให้รถติดสะสมมากขึ้น

ในขณะที่ นายสามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวว่า โครงการป้ายอัจฉริยะเป็นโครงการที่ยังมีความจำเป็น แต่ กทม. ต้องเปิดกว้างให้เอกชนเข้ามาประมูลและต้องขยายโครงการไปยังจุดต่าง ๆ ให้ครอบคลุมทั่ว กทม. รวมทั้งนำแอปพลิเคชันเข้ามาเสริม

นายวิลาศ จันทร์พิทักษ์ อดีตประธาน กมธ. ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร บอกกับ "สปริงนิวส์" ว่า โครงการนี้เกิดขึ้นในสมัยที่ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าฯ กทม. เป็นโครงการที่ดีโครงการหนึ่ง เท่าที่ได้อ่านร่างทีโออาร์โครงการใหม่ ในเบื้องต้นยังไม่พบความผิดสังเกตว่า จะมีการล็อคสเปคหรือไม่ แต่ก็จะจับตาโครงการนี้เป็นพิเศษ

ด้าน นายสุธน อาณากุล ผู้อำนวยการสำนักการจราจรและขนส่ง กรุงเทพมหานคร บอกกับ "สปริงนิวส์" ว่า โครงการนี้เป็นโครงการที่ประชาชนได้ประโยชน์ ยอมรับว่า สัญญาเดิมจะหมดในเดือน พ.ค. นี้ กทม. อยู่ระหว่างการจัดทำทีโออาร์ใหม่ เพื่อเปิดประมูลต่อไป

 

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน