ข่าว ข่าวภาคกลาง

เย็นพรุ่งนี้!! กลางตอนล่างเตรียมรับมือ หลัง”เขื่อนเจ้าพระยา” ปล่อยน้ำเพิ่ม

กรมชลฯ เพิ่มปล่อยน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา” เตือน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนน้ำท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ 40-50 ซม. ส่วน“อ่างทอง-อยุธยา” รับน้ำเหนือหลากมาถึงเช้าวันอาทิตย์

วันนี้(6 ก.ย.) นายทองเปลว กองจันทร์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ช่วงเวลา 14.30 – 18.00 น.ของวันนี้ เขื่อนเจ้าพระยาจะระบายน้ำแบบขั้นบันได 850 – 900 ลบ.ม./วินาที (เป้าหมายสูงสุด 900 ลบ.ม./วินาที) ซึ่งได้แจ้งเตือนประชาชนใน 7 จังหวัดท้ายเขื่อนเจ้าพระยา คือ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา และ ลพบุรี เนื่องจากปริมาณน้ำจะเอ่อเข้าท่วมพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำแม่น้ำน้อย ประกอบด้วย บริเวณคลองโผงเผง จ.อ่างทอง , คลองบางบาล จ.พระนครศรีอยุธยา , ต.หัวเวียง ต.บ้านกระทุ่ม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา และ ต.ลาดชิด ต.ท่าดินแดง อ.ผักไห่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยระดับน้ำจะท่วมสูง 40-50 ซม.ในช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 8 กันยายน 2562

นายทองเปลว กล่าวว่า ล่าสุดเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศมีปริมาณน้ำรวมกันทั้งสิ้น 46,331 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 61 เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 22,401 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 29,000 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะลุ่มน้ำเจ้าพระยาเขื่อนหลักมีปริมาณน้ำรวมกัน 10,855 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็นร้อยละ 44 เป็นปริมาณน้ำใช้การได้ 4,159 ล้าน ลบ.ม. สามารถรองรับน้ำได้อีก 14,000 ล้าน ลบ.ม.

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ ยังคงมีพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม 14 จังหวัด ได้แก่ พิจิตร , อุตรดิตถ์ , สุโขทัย , เพชรบูรณ์ , ยโสธร , ร้อยเอ็ด , กาฬสินธุ์ , ขอนแก่น , มหาสารคาม ,อุดรธานี ,อุบลราชธานี , อำนาจเจริญ , สกลนคร และนครพนม

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ กรมชลประทานได้ให้การช่วยเหลือพื้นที่ผู้ประสบอุทกภัยด้วยการจัดส่งเครื่องจักรเครื่องมือต่างๆไปช่วยเหลือแล้ว แบ่งเป็น เครื่องสูบน้ำ 83 เครื่อง เครื่องผลักดันน้ำ 56 เครื่อง รถบรรทุก 6 คัน และกาลักน้ำ 20 แถว พร้อมกำชับเจ้าหน้าที่บริหารจัดการน้ำในอ่างเก็บน้ำให้เหมาะสมกับสภาวการณ์ที่เกิดขึ้นตามแต่ละช่วงเวลารวมถึงให้เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ของตนเองอย่างใกล้ชิด