นักท่องเที่ยวโพสต์ประจานน้ำทะเลเมืองพัทยาเหม็น

นักท่องเที่ยวโพสต์โซเชียลน้ำทะเล ด้านหลังสถานีสูบน้ำพัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี มีกลิ่นเหม็นและเน่าเสีย

หลังจากเพจชื่อดังของเมืองพัทยา โพสต์ภาพถ่ายการปล่อยน้ำจากระบบระบายของสถานีสูบน้ำพัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ลงสู่ทะเล สภาพน้ำมีสีดำขุ่น มีคนเข้าไปวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ในโซเชียลอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของเมืองพัทยาเป็นอย่างมาก

วันนี้ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจสภาพปัญหาบริเวณหลังสถานีสูบน้ำพัทยาใต้ ปากทางเข้าถนนคนเดินวอล์คกิ้งสตรีท ริมชายหาดพัทยา โดยเฉพาะบริเวณท่อระบายที่มีการต่อตรงลงสู่ทะเล พบว่าขณะทำการสำรวจ เมืองพัทยาได้หยุดปล่อยน้ำลงสู่ทะเลแล้ว แต่บริเวณชายหาดยังพบน้ำสีดำ มีฝุ่นตะกอนท่วมขังอยู่ ส่งกลิ่นเหม็นทั่วบริเวณ ส่วนในทะเลพบว่าน้ำที่ถูกปล่อยออกมาก่อนหน้านี้ยังมีฝุ่นตะกอนสีดำปะปนอยู่เป็นจำนวนมาก นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่กล้าเข้ามาในบริเวณดังกล่าว เพราะเกรงว่าจะทำให้เกิดโรคทางผิวหนัง

สำหรับระบบระบายน้ำของเมืองพัทยาเป็นระบบเดิมที่ใช้มาเป็นเวลานาน โดยจะใช้ท่อระบายรองรับน้ำเสียจากที่พักอาศัยและสถานประกอบการส่งเข้าสู่สถานีสูบหลายแห่ง ก่อนจะสูบส่งไปยังโรงบำบัดในซอยวัดหนองใหญ่ เพื่อทำการบำบัดก่อนปล่อยลงสู่ทะเล

ซึ่งมีความสามารถในการรองรับน้ำเสียได้ประมาณวันละ 65,000-80,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวัน แต่จากความเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วทำให้ปัจจุบันมีปริมาณน้ำเสียเกิดขึ้นนับแสน ลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่สถานีสูบและอุปกรณ์ในระบบเดิมก็ชำรุดทรุดโทรมลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลทำให้มีปัญหาน้ำเสียค้างท่อในปริมาณเกินกว่า 40 % หรือเกินมาตรฐานที่กำหนดไว้

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ดังนั้นเมื่อมีพายุฝนตกลงมาปริมาณน้ำฝนจำนวนมากก็จะไหลเข้าสู่ระบบท่อและไปผสมกับน้ำเสียที่ค้างอยู่ จึงทำให้คุณภาพของน้ำมีความขุ่นและค่า BOD (ค่าปริมาณออกซิเจนที่จุลินทรีย์ต้องการใช้ย่อยสลายอินทรีย์สารที่มีอยู่ในน้ำ ) สูงเกินมาตรฐานก่อนที่จะระบายลงสู่ทะเล เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมขังในพื้นที่จนเกิดเป็นภาพการปล่อยน้ำสีดำขุ่นลงสู่ทะเลบริเวณหลังสถานีสูบพัทยาใต้บ่อยครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว ขณะที่เมืองพัทยาเร่งซ่อมแซมปรับปรุงระบบและมีแผนการจัดทำอุโมงค์น้ำขนาดใหญ่ เพื่อระบายน้ำฝนลงสู่ทะเลโดยตรงบริเวณริมชายหาดพัทยากลาง ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างขั้นตอนของการศึกษาความเหมาะสมและลดผลกระทบทั้งเรื่องน้ำท่วมขังและน้ำเสียลงสู่ทะเลโดยตรง