ชาวเชียงใหม่ คัดค้านนำที่ดินวัดร้างให้เอกชนเช่าทำโรงแรม

ชาวเชียงใหม่ รวมตัวชูป้ายคัดค้านนำที่ดินวัดร้างให้เอกชนเช่าทำโรงแรม พร้อมอ่านแถลงการณ์จี้ พศ.ระงับสัญญาเช่า

วันนี้ ( 3 สิงหาคม 2561) ที่บริเวณลานด้านหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์สามกษัตริย์  อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่ นางพรรณงาม สมณา เครือข่ายชุมชนเมืองรักเชียงใหม่  พร้อมชาวบ้านจากชุมชนวัดล่ามช้าง ประมาณ 10 คน  ถือป้ายคัดค้านการนำที่ดินวัดร้างไปให้เอกชนเช่าทำโรงเรียนการโรงแรม โดยมีการอ่านแถลงการณ์คัดค้านและเรียกร้องไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาให้ทบทวนการให้เช่าที่ดินวัดร้าง หรือวัดต้นปูนเดิม ในชุมชนวัดล่ามช้าง ต.ศรีภูมิ อ.เมืองเชียงใหม่ จ.เชียงใหม่

โดยเนื้อหาในแถลงการณ์ยื่นข้อเรียกร้องทั้งหมด 6 ข้อ คือ  1.เจ้าอาวาสซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามพระราชบัญญัติสงฆ์ และชาวบ้านที่อาศัยรอบบริเวณวัดขอมีส่วนร่วมในการดูแล อนุรักษ์ และรักษาผลประโยชน์การใช้พื้นที่วัดต้นปูน ตามที่รัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทยฉบับล่าสุด มาตร 50(2) กล่าวว่า บุคคลมีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของชาติ (8) บุคคลมีหน้าที่อนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม มาตรา 87(1) รัฐต้องอนุรักษ์ ฟื้นฟู และส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปะ วัฒนธรรม ขนบธรรมเนียม และจารีตประเพณีอันดีงามของท้องถิ่นและของชาติ และจัดให้มีพื้นที่สาธารณะสำหรับกิจกรรมที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งส่งเสริมและสนับสนุนให้ประชาชน ชุมชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ได้ใช้สิทธิและมีส่วนร่วมในการดำเนินการด้วย ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาชี้แจงสิทธิในการครอบครองที่ดินวัดต้นปูนว่า เพราะเหตุใดวัดล่ามช้างจึงขาดสิทธิในการดูแลพื้นที่ ทั้งๆ ที่เคยเป็นความดูแลของทางวัดมาก่อน

2.ตามรัฐธรรมนูญราชอาณาจักรไทย ฉบับล่าสุด ในมาตรา 59 ระบุว่ารัฐต้องเปิดเผยข้อมูลหรือข่าวสารสาธารณะในครอบครองของหน่วยงานของรัฐที่มิใช่ข้อมูลเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐหรือเป็นความลับของทางราชการตามที่กฎหมายบัญญัติ และต้องจัดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลหรือข่าวสารได้โดยสะดวก ดังนั้น จึงขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนา เปิดเผยสัญญาเช่า เนื่องจากมีพยานบุคคลรับรู้มาตลอดว่า การเช่าพื้นที่นั้นเซ็นสัญญาปีละ 1 ครั้ง แต่ในภายหลังกลับอ้างว่า เป็นสัญญา 30 ปี เมื่อทางชุมชนขอดูเอกสารก็ได้รับคำตอบว่า สูญหายตอนน้ำท่วม

3.ขอให้สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินเข้ามาดูแล ตรวจสอบเรื่องเงินแผ่นดิน 4.ขอให้สำนักงาน ป.ป.ท. และ ป.ป.ช. ดูแลเรื่องการตรวจสอบทุจริต 5.ขอให้เทศบาลนครเชียงใหม่เข้ามาตรวจสอบว่า สมควรจะอนุญาตหรืออนุมัติในการก่อสร้างหรือไม่ หากสัญญาดังกล่าวมิได้ทำเพื่อประโยชน์ของชุมชน หรือส่งผลต่อประโยชน์สาธารณะ ขอให้เพิกถอนสัญญาที่ทำให้รัฐเสียหาย หรือการอนุญาตให้ใช้ที่ดินผิดประเภท ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ในที่ธรณีสงฆ์ เพราะการอนุญาตให้สร้างโรงแรมในที่วัด อาจกระทบต่อความเลื่อมใสศรัทธาในพุทธศาสนาได้  และ 6.ขอให้วัดต้นปูนกลับมาอยู่ในความดูแลของวัดล่ามช้าง เพื่อป้องกันการนำพื้นที่ไปใช้ประโยชน์อันไม่เหมาะสมต่อการเป็นพื้นที่ธรณีสงฆ์ ในระหว่างดำเนินการทางวัดล่ามช้างขอใช้ที่ดินดังกล่าวในการสร้างโฮงเฮียนสล่าล้านนา และพร้อมจะจ่ายค่าเช่าปีละ 60,000 บาท ซึ่งเป็นราคาเดียวกับผู้เช่ารายเดิม

ขณะที่พระครูปลัดอานนท์ วิสุทโธ เจ้าอาวาสวัดล่ามช้าง กล่าวว่า ขณะนี้มีความพยายามของกลุ่มนายทุน ที่จะนำพื้นที่วัดต้นปูน ซึ่งเป็นวัดร้างมาทำเป็นโรงเรียนเพื่อการโรงแรม แต่ชาวชุมชนรอบวัดล่ามช้างและวัดต้นปูน (ร้าง) รวมทั้งชาวเชียงใหม่ กังวลว่า อาจมีการสร้างโรงแรมขึ้นบนที่ดินผืนดังกล่าว  ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อน และไม่เหมาะสมอย่างยิ่งที่จะนำที่ดินของวัดร้างไปสร้างโรงแรม  จึงอยากขอร้องให้ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา ทบทวนและระงับไม่ให้มีการก่อสร้างโรงเรียนเพื่อการโรงแรมในพื้นที่ของวัดร้าง  เพราะวัดต้นปูน (ร้าง) แห่งนี้เป็นวัดที่สำคัญต่อเมืองเชียงใหม่ และอยู่ติดกับวัดล่ามช้างที่มีประวัติอันยาวนาน

ซึ่งวัดต้นปูน (ร้าง) ในอดีต เคยเป็นสถานที่เผาอิฐ เผาปูน เผากระเบื้อง หล่อพระพุทธรูป ตีเหล็ก ตีดาบ สำหรับสร้างเมืองเชียงใหม่ ดูแลเมืองเชียงใหม่ในอดีต และเป็นหัวใจของคนเชียงใหม่ ที่ก่อสร้างเมืองด้วย ต่อมา มีการสร้างวัดเตาปูน หรือวัดต้นปูน ในปัจจุบัน จากนั้นวัดแห่งนี้ได้กลายเป็นวัดร้างไปก่อนสมัย ร.5 ที่ปรากฏหลักฐานพบว่าพื้นที่แห่งนี้ไม่มีแล้ว จึงกลายมาเป็นโรงเรียน เพื่อสอนคนในชุมชนและชุมชนใกล้เคียง สถานที่แห่งนี้เคยมีเจดีย์เก่า แต่ปัจจุบันไม่มีแล้ว เพราะถูกรื้อถอนออกไปประมาณ พ.ศ. 2500 ส่วนวัตถุโบราณ พระพุทธรูปต่างๆ ถูกนำมาเก็บรักษาไว้ที่วัดล่ามช้างแห่งนี้ การที่จะขอให้วัดล่ามช้างกลับมาดูแลสถานที่วัดต้นปูน (ร้าง) เพราะต้องการที่จะนำพื้นที่ดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ให้เกิดความเหมาะสมกับพื้นที่ เหมาะสมกับประโยชน์ของชาวบ้าน และชุมชน

ด้าน นางพรรณงาม สมณา เครือข่ายชุมชนเมืองรักเชียงใหม่ กล่าวว่า ล่าสุดเอกชนผู้เช่ารายใหม่กำลังยื่นขออนุญาตก่อสร้างโรงแรมบนที่ดินเกือบ 2 ไร่ ที่เคยเป็นโรงเรียนอนุศึกษา จากสำนักงานพระพุทธศาสนา ชาวบ้านเห็นว่าเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เพราะที่ดินดังกล่าวเป็นวัดร้าง หากไม่ได้ใช้ประโยชน์เป็นโรงเรียนแล้ว ก็ควรจะใช้ประโยชน์สาธารณะมากกว่านำไปแสวงหาประโยชน์เชิงพาณิชย์