ข่าวภาคเหนือ อาชญากรรม

“บิ๊กโจ๊ก”นำทีมลุยยึดทรัพย์ เครือข่ายอดีตผู้การฯเลย

รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว นำทีมปูพรมตรวจค้น ยึดทรัพย์ เครือข่ายแชร์ลูกโซ่ อดีตผู้การจังหวัดเลย กว่า 160 ล้าน พร้อมพบหลักฐานสำคัญคือ เงินหมุนเวียนในเครือข่ายกว่า พันล้าน

“บิ๊กโจ๊ก”นำทีมลุยยึดทรัพย์เครือข่าย อดีตผู้การฯเลย

 

วานนี้ พลตำรวตรี สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ในฐานะรองผู้อำนวยการศูนย์ป้องกัน และปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือ ศปอส.ตร.นำกำลังเจ้าหน้าที่ ปูพรมเข้าตรวจค้น ยึดและ อายัดทรัพย์ บุคคลที่เกี่ยวข้องกับ พลตำรวจตรี สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช อดีตรองผู้บัญชาการ สำนักงานกำลังพล และ อดีตผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเลย

ผู้ต้องหาคดีร่วมกันฉ้อกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน โดยโกงเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจเลย จำนวน 240 ล้านบาท
และหลอกลวงประชาชนในพื้นที่ภาคอีสานให้ร่วมลงทุนมูลค่ากว่าอีก 1 พันล้านบาท ซึ่งการตรวจค้นวานนี้ มีขึ้นกว่า 10 จุด
ในจังหวัดกาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู และ เชียงใหม่

โดยเฉพาะที่เชียงใหม่ ซึ่ง พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ นำกำลังเข้าตรวจค้นด้วยตนเอง เจ้าหน้าที่พบผู้ต้องหารายสำคัญหลายราย
โดยหนึ่งในนั้นคือ นางภัทรฤทัย พร้อมสุข อายุ 50 ปี ที่ทำหน้าที่เป็นผู้โอนเงินกระจายให้กับสมาชิก 70 คน ซึ่งในขบวนการดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ศาลร่วมด้วย 20 คน

จากการตรวจค้นบ้านพักเลขที่ 199/81 หมู่บ้านลัดดาวัลย์ วงแหวนรอบกลาง จ.เชียงใหม่ พบเอกสารจำนวนหนึ่ง อีกทั้งตรวจสอบพบว่ามีเงินหมุนเวียนในบัญชีไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท

พลตำรวจตรี สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า สามารถยึดทรัพย์ขบวนการนี้ได้รวมกว่า 160 ล้านบาท ส่วนกรณีมีผู้พิพากษาคนหนึ่งร่วม
ในเครือข่ายนี้ด้วยนั้น ได้เสนอขออนุมัติหมายจับไปแล้ว รวมถึงทางตำรวจจะเขียนรายงานพฤติกรรมของผู้พิพากษารายนี้ ให้กับทางตุลาการศาล เพื่อให้พิจารณาและดำเนินการต่อไป

ยืนยันว่าคดีนี้ ตำรวจจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และจะเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคน ไม่ว่าจะเป็นประชาชนทั่วไป หรือ ข้าราชการระดับสูง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

รายงานข่าวแจ้งว่า ผู้พิพากษารายดังกล่าว ที่อยู่ในเครือข่ายของ พลตำรวจตรี สุทิพย์ ได้มีการเจรจาตกลงกับผู้เสียหายว่า จะขอคืนเงินให้กับผู้ที่ตกเป็นเหยื่อในครั้งนี้ แต่ในที่สุดก็ไม่ทำตามข้อตกลงได้ ตำรวจจึงได้ขออนุมัติหมายจับ แต่ไม่ได้รับการพิจารณา ทางตำรวจจึงได้ทำหนังสือรายงานพฤติกรรมของผู้พิพากษาท่านนี้ไปยัง ตุลาการศาล เพื่อพิจารณา ดำเนินการกันต่อไป