ป.ป.ช. ฟัน นายกฯอบจ.พะเยา พร้อมพวก ทุจริตซื้อท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก

นางสาวลัดดา เดือนสว่าง ผู้อำนวยการ สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดพะเยา ปฏิบัติราชการแทน เลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ลงนามในหนังสือด่วน เมื่อวันที่(ไม่ชัดเจน) ก.ย.2561 เรื่อง แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. นำเรียนถึง นายเจนพนากรณ์ ฟูแสง พร้อมอ้างถึง หนังสือสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำ จ.พะเยา ลับ ด่วน ที่ ปช. 0037/0521 ลงวันที่ 30 ส.ค.2560

ระบุว่า…ตามหนังสือที่อ้างถึง สำนักงาน ป.ป.ช. ได้แจ้งให้ท่านทราบคำสังแต่งตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวน เพื่อดำเนินการไต่สวนข้อเท็จว่า ท่านกับพวก ประกอบด้วย นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา นายอดุลย์ วงศ์ช่างเงิน ผู้อำนวยการกองช่าง นายยงยุทธ ทองคำเกิด นักบริหารงานช่าง และนายนำชัย สิทธิ นักบริหารงานช่าง ได้กระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ

กรณีร่วมกันทุจริตในการจัดซื้อท่อคอนกรีตเสริมเหล็ก เส้นผ่านศูนย์กลาง 1 เมตร จำนวน 129 ท่อน งบประมาณ 241,800 บาท ซึ่งคณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้รับไว้พิจารณาและดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริง โดยมอบหมายคณะอนุกรรมการไต่ส่วน ดำเนินการไต่สวนข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมทั้งจัดทำสำนวนการไต่สวนขอ้เท็จจริงเสนอต่อคณะกรรมการการ ป.ป.ช. เพื่อพิจารณา

คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว มีมติว่า การกระทำของท่าน มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต และฐานเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสาร หรือกรอกข้อความลงในเอกสาร กระทำรับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อตนอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และฐานเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่ง หรือ หน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุรจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตพ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ.2555 มาตรา 123/1 ประกอบด้วยพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันการทุจริต พ.ศ.2561มาตรา 192 และมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง

ตามประกาศคณะกรรมการกลางข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดพะเยา เรื่อง หลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการสอบสวนการลงโทษทางวินัย การให้ออกจากราชการ การอุทธรณ์และการร้องทุกข์ลงวันที่1ตุลาคม2544และที่แก้ไขเพิ่มเติม ข้อ6วรรคสอง

ล่าสุด นายวรวิทย์ บุรณศิริ นายก อบจ.พะเยา ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อมวลชนผ่านข้อความทางโทรศัพท์ ว่า เนื่องจากตอนนี้ยังไม่ได้รับสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. จึงยังไม่ทราบรายละเอียดมติของ ป.ป.ช.ดังกล่าว แต่เท่าทีทราบอย่างไม่เป็นทางการ เป็นการชี้มูลในเรื่องไม่ปฏิบัติตามระเบียบ ไม่ได้เป็นการทุจริต และสำนวนการไต่สวนของ ป.ป.ช.ยังเป็นความลับ จึงไม่ควรนำไปเปิดเผยต่อสาธารณะชน ซึ่งอาจจะเข้าข่ายความผิดทางอาญาได้ ส่วนการดำเนินการต่อไป ก็ต้องเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย ซึ่งจะได้มอบหมายให้ฝ่ายกฎหมาย ดำเนินการต่อไป