ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ไต่สวนฉุกเฉิน! “ทีมเปรี้ยวหั่นศพ” คดีละเมิดศาล

ศาลขอนแก่น เบิกตัวทีมเปรี้ยวหั่นศพขึ้นศาล ไต่สวนฉุกเฉินคดีละเมิดศาล ขณะที่ทนายความยอมรับหนักใจ

วันนี้( 28 มี.ค.) เมื่อเวลา 13.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาล จ.ขอนแก่น ได้มีคำสั่งเบิกตัว น.ส.ปรียานุช โนนวังชัย หรือเปรี้ยว ,น.ส.กวิตา ราชดส หรือเอิน ผู้ต้องหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน จากเรือนจำกลางขอนแก่น และ น.ส.จิดารัตน์ พรมคุณ หรือเบนท์ ผู้ต้องหาในคดีเดียวกันซึ่งอยู่ในระหว่างการประกันตัวของกองทุนยุติธรรม มาทำการขึ้นศาลตามการนัดไต่สวนฉุกเฉิน หลังมีภาพหลุดของผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ซึ่งอยู่ในระหว่างการพิจารณาคดี ทำการถ่ายภาพและพูดคุยกับบุคคลภายนอก ผ่านโซเชี่ยนมีเดีย จนกระทั่งศาลยุติธรรมมีการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและพบว่าภาพดังกล่าวถูกถ่ายขึ้นในวันที่ 13 มี.ค.จึงตั้งขัอกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งหมดว่ามีความผิดฐานละเมิดศาล

นายธนัญชัย วงษ์ซ้าย ทนายความของ น.ส.จิดารัตน์ พรหมคุณ หรือ น.ส.เบนท์ กล่าวว่า ศาลได้ขอเบิกตัว น.ส.เปรี้ยว , น.ส.เอิน , รวมถึง น.ส.เบนท์ มาทำการไต่สวนในช่วงบ่ายวันนี้ ทั้งนี้ในฐานะทนายความ ได้มีการติดต่อไปยังลูกความหลังมีภาพเผยแพร่ออกไป โดย น.ส.เบนท์ ยอมรับว่า ได้ใช้โทรศัพท์มือถือของตนเองถ่ายภาพในห้องพิจารณาคดีที่ศาลจริง โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นวันที่ 13 มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันที่ศาลนัดสอบพยานโจทก์วันสุดท้าย

“ในวันดังกล่าว ทีมทนายความฝ่ายจำเลยทุกคนได้มุ่งเน้นไปในเรื่องของการไต่สวน โดยไม่ทันสังเกตุลูกความตัวเอง ส่วนรายละเอียดข้อความในแชทนั้นยังไม่ได้สอบถามว่าใครเป็นคนคุยแชทบ้าง ทั้งนี้โดยส่วนตัวคิดว่าลูกความเจตนา เพราะที่ผ่านมา กฏระเบียบและข้อห้ามต่างๆ ทนายความจะบอกกับลูกความทุกคนทุกครั้ง ก่อนเข้าห้องพิจารณาคดีว่า ห้ามนำโทรศัพท์มือถือ เครื่องอัดเสียงเข้าไป แต่ลูกความไม่เชื่อแล้วยังถ่ายรูปในห้องพิจารณาของศาลอีก จึงเชื่อว่าลูกความมีเจตนา”

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

นายธนัญชัย กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ทนายฝ่ายจำเลย ทุกคนได้หารือ เพื่อหาทางออกร่วมกันในคดีละเมิดศาลนี้ โดยยังคงมีความหวังว่าศาลท่านจะเมตตาลูกความทั้ง 3 คน โดยผลการพิจารณาจะเป็นแบบใดนั้น ไม่สามารถล่วงอำนาจศาลท่านได้ อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น น.ส.เบนท์ มีความกังวลอย่างมาก เพราะขณะนี้ยังคงอยู่ในช่วงของการประกันตัวด้วยเงินจากกองทุนยุติธรรม ดังนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นทำให้ยังไม่ทราบว่าสำนักงานยุติธรรมจังหวัดขอนแก่น จะมีการพิจารณาแบบใดต่อไป