บุรีรัมย์-สุรินทร์ เร่งทำนารับราคาข้าวแพง

เกษตรกรในจังหวัดสุรินทร์และร้อยเอ็ดซึ่ง เป็น 2 ใน 5 จังหวัดที่มีพื้นที่ติดทุ่งกุลาร้องไห้ เป็นแหล่งผลิตข้าวหอมมะลิที่มีชื่อเสียง เริ่มหว่านเมล็ดพันธุ์เพาะปลูก พร้อมขอให้รัฐบาลช่วยพยุงราคาข้าวไม่ให้ลดลงไปกว่านี้

วันนี้(22พ.ค.)นายประยุทธ์ สุดยอดสุข อายุ 56 ปี ชาวนาบ้านหินโคน ตำบลโคกตะเคียน อำเภอปราสาท จังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่าราคาข้าวพุ่งสูงขึ้นส่งผลดีกับชาวนาที่ยังมีข้าวเหลืออยู่ ซึ่งชาวนาส่วนใหญ่ได้ขายข้าวหมดแล้วตั้งแต่หลังเก็บเกี่ยวเสร็จ แต่หากว่าราคาข้าวยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องหรือคงตัวไปถึงฤดูกาลเก็บเกี่ยวใหม่ ก็จะเป็นผลดีต่อเกษตรกรที่ทำนาทั้งหมด ซึ่งที่ผ่านมามักจะพบว่าราคาข้าวมักจะมีราคาสูงขึ้นในช่วงหลังจากที่เกษตรกรขายข้าวไปหมดแล้ว พอถึงฤดูเก็บเกี่ยวราคาก็ลดลงมาเหมือนเดิม และฝากถึงนายกรัฐมนตรีให้ช่วยดูแลราคาข้าวให้คงตัวอย่าลดลงไปกว่านี้


ด้านว่าที่ร้อยตรีนรินทร์ แขมพิมาย เกษตรจังหวัดสุรินทร์ เปิดเผยว่าปีการเพาะปลูกที่ผ่านมามีเกษตรกรปลูกข้าวหอมมะลิในพื้นที่ทั้งหมดกว่า 3 ล้านไร่ ส่วนปีนี้เกษตรอยู่ระหว่างเพาะปลูกและกำลังขึ้นทะเบียนเกษตรกรผู้ปลูกข้าว ซึ่งคาดว่าพื้นที่ปลูกข้าวปีนี้จะไม่แตกต่างจากปีที่ผ่านมามากนัก โดยปีนี้ได้เน้นย้ำให้เกษตรกรได้ปลูกข้าวแบบหยอดแทนการหว่าน เพราะใช้ต้นทุนน้อยกว่า และเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิตและให้ได้ผลผลิตมากขึ้นร้อยละ 20

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ส่วนที่จังหวัดร้อยเอ็ด นายวันชัย คงเกษม ผู้ว่าราชการจังหวัด ระบุว่าทางจังหวัดได้ดำเนินโครงการปลูกข้าวหอมมะลิตามยุทธศาสตร์ของจังหวัด สนองนโยบายของรัฐบาล โดยรณรงค์ให้เกษตรกรในทุ่งกุลาร้องไห้หว่านข้าวหอมมะลิพันธุ์ 105 ( พันธุ์หนึ่งร้อยห้า) ในนาแปลงใหญ่ รวมกว่า 23,700 ไร่ โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งเสริมให้ความรู้ด้านต่างๆ ทั้งการใช้เมล็ดพันธุ์ การดูแลรักษา และการเก็บเกี่ยว เพื่อให้พัฒนาระบบการผลิตและได้รับการรับรองมาตรฐานการผลิต เพราะปัจจุบันผู้บริโภคให้ความสำคัญเกี่ยวกับความปลอดภัยและสินค้าที่มีเอกลักษณ์ ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่เกษตรกรจะพัฒนาการผลิตให้มีคุณภาพ ซึ่งหากสถานการณ์น้ำดี คาดว่าปีนี้ผลผลิตข้าวหอมมะลิในทุ่งกุลาร้องไห้จังหวัดร้อยเอ็ดจะออกสู่ตลาดได้มากกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน