เด็กหญิง ป.1 ถูก 3 เด็กชายล่วงละเมิด! สภาพจิตใจดีขึ้น หลังได้รับการดูแล

เด็กหญิง ป.1 ถูก เด็กชาย 3 คน กระทำชำเรา เข้ารับการดูแลเยียวยาในบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.บุรีรัมย์ ล่าสุดพบสภาพจิตใจดีขึ้นไม่น่าห่วง ขณะที่ตำรวจเร่งสอบปากคำผู้เกี่ยวข้องรอบด้าน

(26 พ.ค.61)  นักจิตวิทยา และนักสังคมสงเคราะห์  ได้ร่วมกันเยียวยาสภาพจิตใจของ ด.ญ.ชั้น ป.1  ที่ถูก 3 ด.ช. อายุ 6 , 8 และ 11 ขวบ  ล่วงละเมิดทางเพศ  ที่บริเวณริมสระน้ำในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ในตำบลสองชั้น  อ.กระสัง  จ.บุรีรัมย์   ซึ่งได้รับตัวมาอยู่ในความดูแลคุ้มครองและบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.บุรีรัมย์   ล่าสุดพบว่าเด็กมีสภาพจิตใจดีขึ้น ส่วนเรื่องคดีก็ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมาย  ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กระสัง  ก็ได้เรียกพยานแวดล้อมและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้ามาสอบปากคำอย่างต่อเนื่อง  เพื่อประกอบสำนวนคดีดังกล่าวให้ได้ความกระจ่างโดยเร็ว    ซึ่งก็ต้องใช้ความละเอียดรอบคอบเพราะทั้งผู้เสียหายและผู้ถูกกล่าวเป็นเด็กอายุไม่ถึง 10 ปี   ซึ่งจะต้องให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายน.ส.กุลจิรา   โฉบไสว   หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัว จ.บุรีรัมย์  เปิดเผยว่า ขณะนี้ ด.ญ.ผู้เสียหายมีสภาพจิตใจที่ดีขึ้นไม่น่าเป็นห่วง   ซึ่งตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546  บ้านพักเด็กและครอบครัว สามารถดูแลคุ้มครองเด็กได้ไม่เกิน 30 วัน   ซึ่งในระหว่างนี้ทางนักจิตวิทยาและนักสังคมสงเคราะห์ ก็จะให้การดูแลเยียวยาเรื่องสภาพจิตใจของเด็ก  พร้อมวางแผนให้ความช่วยเหลือว่าหากเด็กมีสภาพจิตใจดีขึ้นจะส่งกลับไปอยู่ที่ไหน   ซึ่งเบื้องต้นต้องประเมินสภาพความพร้อมของครอบครัวเป็นหลัก   ส่วนกรณีที่ทางย่าของเด็กหญิง มีความประสงค์จะรับเด็กไปเลี้ยงดูนั้น   ก็ต้องมีการตรวจสอบเช่นกันว่ามีความพร้อมที่จะรับเด็กไปอุปการะได้มากน้อยแค่ไหน  ซึ่งก็ต้องประสานให้ทางสังคมสงเคราะห์จังหวัดนั้นๆ ลงไปตรวจสอบสภาพความเป็นจริงอีกครั้ง โดยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของเด็กเป็นสำคัญ  ว่าเด็กอยู่ที่ไหนจะมีความสุขและปลอดภัยมากที่สุด  และจะต้องไม่เกิดปัญหาซ้ำซ้อนขึ้นอีกด้านนายเตชะ  ทับทอง ตัวแทนเพจบีคอส วีแคร์   กล่าวว่า   หลังจากได้เข้าเยี่ยมเด็กร่วมกับทางครอบครัวของเด็ก  ก็พบว่า อยู่ระหว่างการปรับสภาพเพราะเด็กพึ่งจะเข้ามาอยู่ในความคุ้มครองของบ้านพักเด็กฯ  แต่โดยรวมเด็กก็มีสภาพจิตใจร่าเริงดีขึ้น  ส่วนกรณีที่ใครจะรับไปอุปการะนั้น  ทางบ้านพักเด็กฯ ก็จะได้หารือร่วมกันหลายฝ่ายเพราะมีระเบียบหลักเกณฑ์อยู่แล้ว   ที่สำคัญก็ต้องนึกถึงสภาพจิตใจและความปลอดภัยของเด็กเป็นหลัก   ซึ่งส่วนตัวก็จะทำหน้าที่ติดตามประสานงานช่วยเหลือในอีกทางหนึ่ง

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน