ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

โมโตจีพีครั้งแรกของไทยยิ่งใหญ่ ผู้ชม 2.2 แสน มาร์เกซ แชมป์คนแรก เนวินปลื้ม

กระหึ่มโลก! “โมโตจีพี”ไทยแลนด์ “มาร์ค มาร์เกซ”สิงห์นักบิดชาวสเปน บิดแซงโค้งสุดท้าย ฟาดแชมป์สนามที่ 15 ท่ามกลางเสียงเชียร์สนั่นของแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้งไทย และ ต่างชาติ ที่เข้ามาชมกันจนเต็มความจุ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต 3บุรีรัมย์

ความเร้าใจของรอบชิงชนะเลิศ การแข่งขัน จักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามที่ 15 ของฤดูกาล 2018 ครั้งแรกในประเทศไทย รายการ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ วานนี้ ท่ามกลางแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั้งไทยและต่างชาติที่เข้ามาชมในสนามกันจนเต็มความจุ

โดยรุ่นใหญ่สุดของการแข่งขัน รุ่น โมโตจีพี มาร์ค มาร์เกซ นักบิดหนุ่มชาวสแปนิช จ่าฝูงบนตารางแชมเปี้ยนชิพ จากทีมเรปโซล ฮอนด้า สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการปาดหน้าเข้าเส้นชัยไปแบบสุดมัน กลายเป็นแชมป์คนแรกของ “พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์” ด้วยเวลา 39.55.722 นาที ส่วนอันดับ 2 เป็น โดวิซิโอโซ่ จากดูคาติ ตามหลัง 0.115 วินาที และที่ 3 มาเวริก บีญาเลส จากทีมโมวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี ขณะที่นักบิดชื่อก้องโลกอย่าง วาเรนติโน่ รอสซี่ จบอันดับ 4 ตามหลัง 1.564 วินาที ทำให้อันดับในตาราง มาร์เกซ ยังเป็นผู้นำ มี 271 คะแนน ตามด้วย โดวิซิโอโซ่ มี 194 คะแนน และรอสซี่ เป็นอันดับ 3 มี 172 คะแนน

ด้านผลงานของนักบิดไทย ในรุ่นโมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ คนที่ทำเวลาได้ดีที่สุดคือ “ก้อง” สมเกียรติ จันทรา นักบิดดาวรุ่งจากทีม เอ.พี.ฮอนด้า เรซซิ่ง ไทยแลนด์ เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 9 ด้วยเวลาตามหลังผู้ชนะอย่าง ฟาบิโอ ดิ เจียนอันโตนิโอ นักบิดอิตาเลียนจากทีม เดล คอนก้า เกรชินี่ โมโตทรี ที่ทำเวลาเข้าเส้นชัย 38.10.789 นาที อยู่ 1.643 วินาที ส่วน รุ่น โมโตทู เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ มีนักบิดไทยลงแข่งขัน 1 คน ได้แก่ “ติ๊งโน๊ต” ฐิติพงศ์ วโรกร จากสังกัด พีทีทีโออาร์-แซ็ก เรซซิ่ง ทีม จบอันดับที่ 18 โดยแชมป์เป็นของ ฟรานเชสโก บาญนายา ชาวอิตาเลียน จากทีม สกาย เรซิง ทำเวลา 39.00.009 นาที

นายเนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ระบุว่า การแข่งขันชิงแชมป์โลก “โมโตจีพี” สนามที่ 15 นี้ มีแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก เข้ามาชมเกือบ 2 แสนคน ใน 3 วัน ทำให้ตนรู้สึกดีใจ ที่สามารถจัดงาน และได้รับการยอมทางทั่วโลก ขณะที่ภาพรวมของการจัดการแข่งขัน เป็นไปตามเป้าหมาย ตนจึงขอบคุณชาวบุรีรัมย์ และจังหวัดข้างเคียง ที่ช่วยกันต้อนรับอย่างดี และจะทำให้ดีมากขึ้นในการแข่งขันปีหน้า

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้หลังจบสัญญา 3 ปีกัยโมโตจีพี จะประเมินอีกครั้งว่า จะต่อยอดไปสู่เอฟวันได้หรือไม่ แต่ถ้าหากวัดเรื่องความคุ้มค่ากับเรตติ้งคนดู การจัดโมโตจีพีถือว่าคุ้มกว่า เพราะว่าเอฟวันใช้เงินลิขสิทธิ์ปีละ 1,200 ล้านบาท แต่โมโตจีพีตกประมาณ 400 ล้านบาทเท่านั้น