ข่าวภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

ถนนพังยับ! ยาวเกือบ 7 กม. นาน 5 ปี ไร้หน่วยงานเหลียวแล!

นครราชสีมา วันนี้ (16 ต.ค.61) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้าน 3 หมู่บ้านในตำบลแชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการใช้เส้นทางสัญจรเข้าออกหมู่บ้านระยะทางเกือบ 7 กิโลเมตรมานานเกือบ 5 ปีแล้ว เนื่องจากถนนพังเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อตลอดทั้งเส้นทาง จนล่าสุดเกิดมีผู้ประสบอุบัติเหตุตกหลุมเสียชีวิตไปแล้ว 1 ราย จึงลงพื้นที่ไปตรวจสอบ

โดยเส้นทางสายดังกล่าว เป็นถนนปากทางเข้าออก 3 หมู่บ้าน คือ บ้านขาคีม หมู่ที่ 6 บ้านพนาหนองหิน หมู่ที่ 7 และบ้านหนองมะค่า หมู่ที่  9 ต.แชะ อ.ครบุรี จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นถนนลาดยางตลอดทั้งสายรวมระยะทาง 6.7 กิโลเมตร พบกับกลุ่มชาวบ้านจำนวนกว่า 100 คน ที่มาพาผู้สื่อข่าวเดินสำรวจถึงความเสียหายของถนนตลอดทั้งเส้นทาง ซึ่งพบว่าถนนลาดยางแทบทั้งสายได้รับความเสียหายเป็นหลุมเป็นบ่อ บางจุดเป็นหลุมขนาดใหญ่จนน่ากลัว และบางจุดมีหลุมเต็มหน้าถนน หากไม่มีความชำนาญหรือขับรถผ่านด้วยความเร็ว อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุได้

จากการสอบถามนายพงษ์ศักดิ์ รินนนท์  ชาวจังหวัดมหาสารคาม ที่นำหอมกระเทียม มาวิ่งรถจำหน่ายผ่านเส้นทางสายดังกล่าว บอกให้ฟังว่า ถนนเส้นนี้พังเสียหานเกือบตลอดทั้งสาย วิ่งรถทำความเร็วได้ 10 – 20 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง เพราะเกรงว่าจะหลบหลุมไม่ทัน ซึ่งเห็นใจชาวบ้านที่ต้องใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมาเป็นประจำอย่างมาก

นายไสว โลสันเทียะ ผู้ใหญ่บ้านพนาหนองหิน หนึ่งในหมู่บ้านที่ได้รับความเดือดร้อนจากเส้นทางสายดังกล่าว เปิดเผยว่า ถนนสายนี้เป็นเส้นทางเข้าออกหมู่บ้านเพียงเส้นทางเดียวของชาวบ้าน 3 หมู่บ้าน คือ บ้านขาคีม หมู่ที่ 6 บ้านพนาหนองหิน หมู่ที่ 7 และบ้านหนองมะค่า หมู่ที่  9 เกิดพังเสียหายมานานกว่า 5 ปีแล้ว ซึ่งทางชุมชนเองก็ได้มีการทำเรื่องร้องเรียนและขอความช่วยเหลือไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้วหลายหน่วยงาน แต่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมก็ยังไม่มาถึง จึงทำให้ถนนมีสภาพเป็นอย่างที่เห็น  โดยได้การทำหนังสือร้องเรียนขอความช่วยเหลือไปยังทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่เมื่อปี พ.ศ.2559 และเบื้องต้นทางสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา แจ้งว่า ได้นำเรื่องของบประมาณ เข้าสู่รายงานการขออนุมัติขยายระยะเวลาเบิกจ่าย กันเงินกรณีมิได้ก่อหนี้ผูกพัน ต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาประจำปี 2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อวันที่ 25 ก.ย.60 และมีการกันงบประมาณจำนวนกว่า 12 ล้าน บาท เพื่อเตรียมใช้ดำเนินการปรับปรุงซ่อมแซม กระทั่งสิ้นสุดปีงบประมาณ 2560 ก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ

 

 

ต่อมาล่าสุดก็ได้รับแจ้งว่าเรื่องดังกล่าว ได้มีการพิจารณาจากที่ประชุมสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดอีกรอบ และคาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปีงบประมาณ 2561 ซึ่งชาวบ้านก็ตั้งตารอ จนสิ้นปีงบประมาณ 2561 ไปแล้ว ก็ยังไม่มีการดำเนินการใดๆอีก ชาวบ้านจึงทนไม่ไหวออกมาร้องเรียนต่อสื่อมวลชนเพื่อให้นำเสนอออกสู่สาธารณะ เพื่อให้มีหน่วยงานที่มีอำนาจเข้ามาให้การช่วยเหลือ เพราะทางชุมชนเองก็เดินเรื่องมาจนสุดความสามารถแล้ว ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ดำเนินการในทันทีเพราะอีกไม่กี่เดือนผลผลิตทางการเกษตรของชาวบ้านก็จะต้องเก็บเกี่ยวและจำเป็นต้องใช้เส้นทางสายนี้ในการขนผลผลิตไปจำหน่าย