ข่าวภาคใต้

“ปาบึก” แรงเท่า “ตะลุมพุก” เป็นพายุไม่ปกติในรอบ 30 ปี !!

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ระบุ พายุโซนร้อนปาบึก เป็นพายุที่ผิดปกติ มีอานุภาพเทียบเท่าพายุแฮเรียตเมื่อปี 2505 ที่เคยพัดเข้าแหลม “ตะลุมพุก” ทำลายชีวิตผู้คนไปเกือบหนึ่งพันราย และสูญหายอีกว่า 142 คน

“ปาบึก” แรงเท่า “ตะลุมพุก” เป็นพายุไม่ปกติในรอบ 30 ปี !!

นายภูเวียง ประคำมินทร์ อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา อธิบายถึงความรุนแรงของพายุปาบึกที่จะเคลื่อนลงสู่อ่าวไทยในวันนี้ ว่า พายุดังกล่าวเป็นพายุโซนร้อนลูกแรกในรอบกว่า 30 ปี ที่พัดเข้าอ่าวไทยในช่วงเดือนมกราคมและถือเป็นเรื่องผิดปกติ ซึ่งความแรงของพายุลูกนี้เทียบเท่าพายุโซนร้อนแฮเรียตเมื่อปี 2505 ที่เคยพัดเข้าแหลมตะลุมพุก แต่ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เนื่องจากขณะนี้กรมอุตุฯ มีระบบการเตือนภัยที่ทันสมัยและรวดเร็วกว่าอดีตที่ผ่านมา แต่อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามสถานการณ์เป็นรายชั่วโมงว่าพายุปาบึก จะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชันเมื่อขึ้นฝั่งหรือไม่ แต่ภาพรวมยังคงทำให้เกิดฝนตกหนัก และอาจเกิดน้ำท่วมในวงกว้างได้

พายุ อาจจ่อขึ้นฝั่งถล่มหลายจังหวัดทางภาคใต้

ล่าสุด ! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับ ที่ 10 “พายุ “ปาบึก” (PABUK)” ระบุว่า เมื่อเวลา 22.00 น. ที่ผ่านมา พายุโซนร้อน “ปาบึก” (PABUK) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนล่าง โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 6.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 107.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกอย่างช้า ๆ คาดว่าจะเคลื่อนผ่านปลายแหลมญวน และเคลื่อนลงอ่าวไทยในช่วงวันที่ 2-3 มกราคม 2562

และจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณรอยต่อระหว่างจังหวัดชุมพรและสุราษฎร์ธานี ในช่วงค่ำของวันที่ 4 มกราคม 2562 โดยจะมีผลกระทบต่อภาคใต้ในช่วงวันที่ 3-5 มกราคม 2562 ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยมีผลกระทบดังนี้

ในช่วงวันที่ 3-4 มกราคม 2562 จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งกับมีลมแรงบริเวณจังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส กระบี่ ตรัง และสตูล

ในช่วงวันที่ 4-5 มกราคม 2562 บริเวณภาคใต้จะมีฝนตกเป็นบริเวณกว้าง และจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง กับมีลมแรงบริเวณจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล

สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังแรง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 3-5 เมตร ส่วนทะเลอันดามัน มีคลื่นสูง 2-3 เมตร ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากลมแรง และคลื่นลมแรงที่พัดเข้าหาฝั่ง

ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งตั้งแต่วันที่ 2-5 มกราคม 2562

ย้อนรอยพายุแฮเรียต มฤตยูถล่มตะลุมพุก กวาดเรียบ 900 ชีวิต

อย่างไรก็ตาม หากย้อนเหตุการณ์พายุแฮเรียตพัดถล่ม ที่เกิดขึ้นในปี 2505 เริ่มก่อตัวขึ้นจากหย่อมความกดอากาศต่ำเป็นพายุดีเปรสชั่น ในทะเลจีนใต้ตอนล่างนอกชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2505 จากนั้นค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเข้ามาในอ่าวไทย และทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนนอกชายฝั่ง จ.สงขลา จากนั้นได้เปลี่ยนทิศทางตรงมายัง จ.นครศรีธรรมราช โดยเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศไทยในตอนค่ำของวันที่ 25 ต.ค.2505 ที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ด้วยความเร็วลมสูงสุดวัดที่สถานีตรวจอากาศนครศรีธรรมราชได้ 95 กม.ต่อชั่วโมง หลังจากนั้นพายุอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชั่น เคลื่อนผ่านจังหวัดกระบี่ ภูเก็ต และพังงา ลงสู่ทะเลอันดามันในวันที่ 26 ต.ค.2505 ก่อนจะสลายตัวไปในอ่าวเบงกอลใกล้กับบังกลาเทศในวันที่ 30 ต.ค.2505 พายุโซนร้อนแฮเรียตได้ก่อความเสียหายอย่างรุนแรงในพื้นที่ภาคใต้ของประเทศไทย มีความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินที่เกิดขึ้นจากพายุแฮเรียตในครั้งนั้น คือ พายุโซนร้อน แฮเรียด กวาดทุกสิ่งทุกอย่างบนแหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง ที่มีผู้คนอยู่อาศัยราว 4 พันคนจนหมดสิ้น เหลือบ้านที่รอดจากการทำลายเพียง 5 หลัง ด้วยคลื่นสูงกว่า 3 เมตร พายุยังมีขอบเขตการทำลายไปถึงบริเวณใกล้เคียง บ้านเรือนอีกกว่าร้อยละ 30 ถูกทำลายลงโดยรอบ มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 900 ราย สูญหาย 142 ราย บาดเจ็บ 252 ราย ไร้ที่อยู่อาศัยนับหมื่นราย