ข่าว

นิติเวชยัน “น้องกล้วย” กระสุนตัดขั้วหัวใจไม่ใช่ฝังทั้งเป็น – ทำแผนมือฆ่าอ้างนึกว่ากระรอก [คลิป]

ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เมื่อวันที่14 มีนาคม พล.ต.ต.ภวัต ประทีปวิศรุต ผู้บังคับการสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยความคืบหน้าการตรวจชันสูตรพลิกศพเด็กชายเฉลิมชัย โจปะถา หรือน้องกล้วย อายุ 9 ปี นักเรียนชั้น ป.3 นักมวยรุ่นเยาว์ ที่ถูกฆ่าฝังดินที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ว่า พบกระสุนปืนขนาดเล็ก ถูกยิงจากบริเวณปีกรักแร้ซ้าย ตัดขั้วหัวใจ และไปฝังที่หัวไหล่ขวา ซึ่งถือว่าเป็นบาดแผลฉกรรจ์ ที่ทำให้เสียชีวิตก่อนที่จะถูกนำไปฝัง ไม่น่าจะใช่การฝังทั้งเป็น ซึ่งสามารถชี้แจงประเด็นที่ครอบครัวสงสัยได้

ส่วนจะเป็นเจตนายิงหรืออุบัตินั้น ทางแพทย์นิติเวช ไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนในการพิสูจน์ทราบ และหาตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินการตามกฎหมาย

ขณะที่ พันตำรวจเอกไชยกร ศรีหล้าเดโช ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรหนองพลับ ได้นำตัวนายประมุข โคสินธิ์ อายุ 38 ปี หรือเบี้ยว ผู้ต้องหาขึ้นรถยนต์ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณจุดเหตุ ม.11 บ้านแพรกตะคร้อ ต.บึงนคร อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ซึ่งอยู่ห่างจากสถานีตำรวจประมาณ 52 ก.ม. โดยเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวไปทำแผน 3 จุด โดยจุดแรกที่บริเวณต้นไทรใหญ่ เป็นจุดที่นายประมุขยิงปืนขึ้นไปบนต้นไม้ จำนวน 1 นัด ทำให้กระสุนปืนไปถูกเด็กชายเฉลิมชัย โจปะถา หรือน้องกล้วย อายุ 9 ปีตกลงมา โดยทราบว่าน้องกล้วยกำลังนั่งอยู่บนต้นไม้เพื่อดักรอนก หลังจากที่ตกลงมา ผู้ต้องหาจึงได้เดินเข้าไปดูก็พบว่าเป็นเด็ก จึงอุ้มขึ้นมาเพื่อจะนำไปหาหมอ

จุดที่ 2 เป็นจุดที่ผู้ต้องหาอุ้มน้องกล้วยไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน แต่เนื่องจากเพื่อนบ้านเป็นผู้สูงอายุ 78 ปี ไม่สามารถช่วย จึงแนะนำให้ พาไปส่งโรงพยาบาล แต่ระหว่างทางน้องกล้วยเสียชีวิตแล้ว จึงเกิดความกลัว และจุดที่สาม ผู้ต้องหาได้นำได้น้องกล้วยขึ้นไปฝังที่เนินเขาห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 600 เมตร เพื่ออำพราง จากนั้นก็เข้ามาในหมู่บ้านทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น และได้กลับไปทำงานที่โรงน้ำแข็งที่อ.ปราณบุรี จนถูกเจ้าหน้ากดดันอย่างหนักทำให้เกิดความเครียดและได้สำนึกผิด จึงได้ประสานไปยังผู้ใหญ่บ้านเพื่อขอเข้ามอบตัวดังกล่าว

เพิ่มเราเป็นเพื่อน ข่าว ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ทุกวัน @springnews
เพิ่มเพื่อน

ทั้งนี้ ตำรวจเตรียมเรียกพยานแวดล้อมไปสอบปากคำรวมถึงพ่อแม่เด็กชายกล้วยที่ต้องเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมและนำตัวไปฝากขังต่อศาลจังหวัดหัวหินพร้อมคัดค้านการประกันตัว