อย. ออกมาไขข้อข้องใจ การใช้น้ำกะหล่ำปลีสีม่วง โดยให้นำกะหล่ำปลีมาต้มน้ำ เอากากออก เมื่อนำมาผสมกับน้ำปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ แล้วอ่านผลเพศของลูกด้วยการดูสีที่เกิดขึ้นว่าถ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพู หรือแดง ลูกจะเป็นเพศชาย ถ้าเป็นสีม่วง น้ำเงิน หรือเขียว ลูกจะเป็นเพศหญิง ซึ่งเรื่องแชร์ทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริง

อย่าแชร์ต่อ! น้ำกะหล่ำปลีสีม่วง ใช้ตรวจเพศลูกในท้อง

ช่วงนี้มีแชร์เรื่องสุขภาพในโลกออนไลน์ผิด ๆ ให้เห็นกันอีกแล้ว ซึ่งครั้งนี้เกี่ยวกับการตรวจเพศของลูกในครรภ์โดยใช้น้ำกะหล่ำปลีสีม่วง โดยให้นำกะหล่ำปลีมาต้มน้ำ เอากากออก เมื่อนำมาผสมกับน้ำปัสสาวะหญิงตั้งครรภ์ แล้วอ่านผลเพศของลูกด้วยการดูสีที่เกิดขึ้นว่าถ้าเปลี่ยนเป็นสีชมพู หรือแดง ลูกจะเป็นเพศชาย ถ้าเป็นสีม่วง น้ำเงิน หรือเขียว ลูกจะเป็นเพศหญิง ซึ่งเรื่องแชร์ทั้งหมดนี้ไม่เป็นความจริง

ความเป็นจริง คือวิธีดังกล่าวนี้เป็นเพียงการวัดค่าความเป็นกรดด่างของปัสสาวะเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวกับการทำนายเพศของลูก เนื่องจากน้ำกะหล่ำปลีสีม่วงจะมีสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) ประกอบอยู่ ซึ่งสารสีนี้มีคุณสมบัติเป็นตัวทดสอบความเป็นกรดและด่างด้วยการเปลี่ยนสี ทำให้เวลามาผสมกับน้ำปัสสาวะจะเกิดการเปลี่ยนแปลงสีไปตามสภาวะความเป็นกรดด่างของปัสสาวะในขณะนั้น โดยน้ำปัสสาวะสามารถมีคุณสมบัติเป็นได้ทั้งกรดและด่าง ขึ้นกับการทำงานของไต รวมถึงอาหารและยาที่รับประทาน

หากคุณพ่อคุณแม่ต้องการทราบเพศของลูกจริง ๆ ให้ไปพบแพทย์เพื่อทำการอัลตราซาวด์ (ultrasound) ซึ่งจะเห็นเพศทารกได้ชัดเจนเมื่ออายุครรภ์ 16-20 สัปดาห์ ถือเป็นวิธีตรวจเพศที่มีความแม่นยำและไม่เป็นอันตราย