กรณีมีกระแสข่าวในสื่อออนไลน์เรื่อง การทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ทำอะไรอยู่ จากเฟสบุ๊คของคุณ Sangkom Kunkanakornsakul ที่โพสต์พาดพิงถึงสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ด้านสภาวิชาชีพฯเร่งชี้แจงข้อเท็จจริง ผ่านเฟสบุ๊ค 4 ประเด็น

สภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ออกโรงแจง… หลังดราม่าในโซเชียล “โกงเงินคนไร้ที่พึ่ง”

วันนี้ (8 มี.ค.) ประเด็นแรก โพสต์ทวงถาม กรณีทุจริตศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ว่าสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ทำอะไรอยู่ สภาวิชาชีพฯ ชี้แจงว่า “ทุกศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ผู้ที่จะดำรงตำแหน่งได้ต้องเป็น สมาชิกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ และได้ใบประกอบวิชาชีพสังคมสงเคราะห์” นั้น เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เพราะไม่เคยมีข้อกำหนดใดตามกฎหมาย เนื่องจากศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งเป็นหน่วยงานของกรมพัฒนาสังคมฯ กระทรวง พม.  ผู้ปฏิบัติงานเป็นข้าราชการและพนักงานราชการหรือลูกจ้าง ที่มาจากต่างวุฒิ ต่างสถาบัน แล้วแต่อัตรากำลังของหน่วยงาน ไม่เคยมีข้อกำหนดว่าต้องเป็น สมาชิกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์เท่านั้น

2.ประเด็น “ผู้อำนวยการศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ล้วนเป็นศิษย์ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์”

จากข้อเท็จจริง ขอยืนยันว่าผอ.ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ไม่ได้มาจากสถาบันธรรมศาสตร์ทั้งหมด มาจากหลายวุฒิ หลายสถาบัน เพราะการกำหนดอัตรากำลังและตำแหน่ง กำหนดตามหลักการของสำนักงาน กพ.

3.ประเด็น “เรามีนักศึกษาจบพัฒนาสังคม พัฒนาชุมชน มากมายหลายมหาวิทยาลัย..ให้โอกาสเขาใช้ความรู้ ความสามารถและคุณธรรมแห่งตนเอง เติบใหญ่ในวงวิชาชีพได้ไหมครับ”

การกำหนดอัตรากำลังและกำหนดวุฒิการศึกษา การสมัครงานมีความหลากหลายอยู่แล้ว ในตำแหน่งต่าง ๆ ส่วนใหญ่เป็นสาขาด้านสังคมศาสตร์ ตามที่ ก.พ.กำหนด บัณฑิตจากสาขาและมหาวิทยาลัยต่าง ๆ เข้ามาสมัครงานได้ตามวุฒิ และคุณสมบัติที่หน่วยงานกำหนด ไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่าต้องเป็นสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เท่านั้น

และ 4.ประเด็น “วันนี้เลิกผูกขาด ว่าบุคลากรระดับบริหารของ “ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง” ต้องมาจากสถาบันแห่งนี้ ต้องเป็น สมาชิกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์”

สภาวิชาชีพขอยืนยันว่า ผู้ดำรงตำแหน่งบุคลากรระดับบริหาร หรือแม้แต่ผู้ปฏิบัติงานของศูนย์ฯคนไร้ที่พึ่ง ไม่มีกฎเกณฑ์ใดๆ ที่กำหนดว่าต้องจบมาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และต้องเป็นสมาชิกสภาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ สภาฯไม่มีอำนาจไปกำหนดแนวปฏิบัติเช่นนั้น เพราะเป็นความรับผิดชอบโดยตรงของสำนักงาน ก.พ. และหน่วยงานที่รับบัณฑิตเข้าทำงานโดยตรง