ผู้อำนวยการโรงเรียนเทศบาลตะพานหิน จ.พิจิตร ขอความเป็นธรรม ถูกกลั่นแกล้งกล่าวหาโกงเงินค่าอาหารกลางวันเด็ก ชี้เจ้าหน้าที่ตรวจรับไม่รายงานความผิดปกติ ที่มีจำนวนไม่ครบถ้วนตั้งแต่แรก

ผอ.รร.เทศบาลตะพานหิน แจงถูกกลั่นแกล้งอมค่าข้าวเด็ก

จากกรณี โรงเรียนเทศบาลตะพานหินวิทยาคาร อ.ตะพานหิน จ.พิจิตร ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดเทศบาลเมืองตะพานหิน พบความผิดปกติ ของวัตถุดิบที่ใช้ประกอบอาหารกลางวันให้กับเด็ก โดยนายธัชธรรม ศรีทา รองผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะประธานตรวจรับพัสดุขณะนั้น ร้องเรียนว่าช่วง วันที่ 5-9 มิ.ย. 2560 วัตถุดิบที่สั่งมาเพื่อประกอบอาหารกลางวันให้เด็กนักเรียน มีน้ำหนักไม่ครบตามใบสั่งซื้อของโรงเรียน  หลังทราบเรื่อง นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้สั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ โดยมีกำหนดว่าให้เข้าชี้แจงข้อมูลวันที่ 8 มิ.ย.ที่ผ่านมา แต่กลับไม่มีการชี้แจงป็นลายอักษรให้รับทราบ ทางจังหวัดพิจิตร จึงออกหนังสือคำสั่ง ขอตัว นางสุพรรณ มีบัวทอง ผู้อำนวยการโรงเรียน เทศบาลตะพานหินวิทยาคาร  ไปช่วยราชการในท้องถิ่นจังหวัดพิจิตร เป็นระยะเวลา 6 เดือน

 ล่าสุด นางสุพรรณ มีบัวทอง ผู้อำนวยการโรงเรียน เทศบาลตะพานหินวิทยาคาร  ออกมาชี้แจงกับสื่อมวลชนว่า ในช่วง วันที่ 5-9 มิ.ย. 2560 ผู้ร้อง คือนายธัชธรรม รองผู้อำนวยการโรงเรียน ในฐานะประธานตรวจรับพัสดุขณะนั้นและเป็นหนึ่งในคณะกรรมการตรวจรับ พบความผิดปกติ แต่ไม่แจ้งเจ้าหน้าที่พัสดุ ที่มีคณะกรรมการตรวจรับอีก 2 คน และ  ผู้บริหารโรงเรียนทราบ ในช่วงระหว่างพบความผิดปกติ แต่มาแจ้งวันที่ 21 มิ.ย. ไม่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ จึงอยากขอความเป็นธรรม กับผู้ปฏิบัติหน้าที่

นอกจากนั้น ผู้อำนวยการโรงเรียน ยังชี้แจง ถึงการเบิกจ่ายเงินอาหารกลางวันที่ผู้ส่งสินค้าต้องมารับเงินสดกับทางคณะครูและผู้อำนวยการว่า “ในช่วงที่เข้ารับตำแหน่งผู้อำนวยการ เจ้าหน้าที่การเงิน และ เจ้าหน้าที่พัสดุ ออกจากตำแหน่ง ทางโรงเรียนจึงต้องเบิกจ่ายจากธนาคาร และเจ้าหน้าที่การคลังของเทศบาลเมืองตะพานหิน แล้วจ่ายผ่านทางผู้อำนวยการโรงเรียน  นอกจากนั้นยังมีการสำรองจ่ายไปก่อน ระหว่างรอเช็ค จากเจ้าหน้าที่”

โดยผู้อำนวยการ ยังได้กล่าวสาบาน กับองค์หลวงพ่อเงิน ที่คล้องคอ ว่า การปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งผู้อำนวยการ ได้ปฎิบัติหน้าที่อย่างถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบ ความถูกต้อง ของโครงการอาหารกลางวันของเด็กนักเรียน

ด้านนายณัฐวุฒิ ทรงประดิษณ์ ผู้อำนวยการ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดพิจิตร ระบุว่า เบื้องต้น ทางป.ป.ช.พิจิตร ได้รวบรวมหลักฐาน ทั้งเก็บเอกสาร พยานบุคคล กว่า 10 พยาน คืบหน้ากว่าร้อยละ 90 ยังเหลือการสอบสวน ผู้ถูกกล่าวหา เพื่อรวบรวมสรุปสำนวนคณะกรรมการพิจารณา