รัฐมนตรีกระทรวงยุติธรรม - กระทรวงแรงงาน ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจผู้ต้องขัง ที่ได้รับโอกาส ออกมาฝึกทักษะอาชีพในสถานประกอบการ

“บิ๊กจิน – บิ๊กอู๋” ให้กำลังใจผู้ต้องขังชั้นดี ที่ได้รับโอกาสออกมาฝึกงานก่อนพ้นโทษ

พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงพื้นที่ บริษัทเกรทวอลล (1988) จำกัด จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจผู้ต้องขังชั้นดีที่ออกมาฝึกทักษะอาชีพในสถานประกอบการ ในตำแหน่งต่าง ๆ คือ พนักงานจัดส่ง พนักงานประกอบประตู ช่างเชื่อม ช่างประกอบ และช่างปูกระเบื้องยาง ได้รับอัตราค่าจ้างวันละ 325 บาทต่อคน

โดยบริษัทดังกล่าว เป็น หนึ่งในบริษัทที่ทำบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการประสานความร่วมมือตาม “โครงการประชารัฐ ร่วมสร้างงาน สร้างอาชีพผู้ต้องขัง” ด้วยการให้โอกาสผู้ต้องขังชั้นดีที่ออกมาฝึกทักษะอาชีพในสถานประกอบการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีให้แก่ผู้ต้องขัง ตลอดจนเป็นการเตรียมความพร้อมด้านทักษะฝีมือ จริยธรรม รวมถึงสร้างรายได้ให้เป็นเงินทุนนำไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ และไม่หวนไปกระทำผิดซ้ำ

ซึ่ง พล.อ.อ.ประจิน ได้ ขอขอบคุณกระทรวงแรงงานและบริษัทเกรทวอลลฯ ที่ให้โอกาสผู้ต้องขังและผู้พ้นโทษได้กลับสู่สังคมได้อย่างปกติสุข ร่วมคืนคนดี โดยในการเริ่มต้น มีเป้าหมาย 37,000 คน มีผลการดำเนินงาน ดังนี้ กลุ่มที่ 1 ดำเนินการก่อนพ้นโทษ เป้าหมาย 37,000 คน มีผลการดำเนินงาน รวม 35,097 คน แบ่งเป็น ฝึกทักษะและนำชิ้นงานเข้าไปทำในเรือนจำ เป้าหมาย 27,000 คน ผลการดำเนินงาน 24,562 คน , ฝึกทักษะฝีมือแรงงาน จำนวน 4,503 คน เช่น ช่างปูกระเบื้อง ก่ออิฐฉาบปูน ช่างไฟฟ้า ทำขนมไทย

พร้อมตั้งเป้าหมายผลการดำเนินงาน 10,535 คน โดย แนะแนวอาชีพ สาธิตการประกอบอาชีพอิสระ และบริการจัดหางาน แล้ว จำนวน 7,211 คน และทดสอบความพร้อมทางอาชีพ จำนวน 3,324 คน กลุ่มที่ 2 การดำเนินการหลังพ้นโทษ ได้รับการจ้างงาน แล้วจำนวน 394 คน เช่น พนักงานฝ่ายผลิต พนักงานรักษาความปลอดภัย เป็นต้น ประกอบอาชีพอิสระ จำนวน 71 คน เช่น เพาะเห็ดฟาง ช่างเชื่อม รับเหมาก่อสร้าง เป็นต้น ซึ่งบริษัทเกรทวอลลฯ ที่มาตรวจเยี่ยมในวันนี้

ขณะเดียวกัน มีการจ้างงานผู้ต้องขังอยู่แล้วในตำแหน่งพนักงานทั่วโดยเป็นผู้ต้องขังชาย จำนวน 21 คน (ทำงานทั่วไป 16 คน ทำงานที่มีทักษะ 5 คน) มีผู้ควบคุมดูแลจากเรือนจำ 2 คน ทำงานวันจันทร์-วันเสาร์ เวลา 08.00 -17.00 น. มีรถรับ-ส่ง จากเรือนจำ พร้อมมีอาหารมาจากเรือนจำ ซึ่งทางบริษัทฯ มีอุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยในการทำงานให้ เช่น รองเท้าเซฟตี้ ปลั๊กอุดหู เป็นต้น ทางบริษัทฯ รับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน 7 คน ปัจจุบันเหลือ 4 คน

พล.ต.อ.อดุลย์ กล่าวว่า ยังมีอีกหลายสถานประกอบการที่รับผู้พ้นโทษเหล่านี้เข้าทำงาน เช่น บริษัท เอ็ดดี้ โกล์ด จำกัด (ทำทอง) โรงงานอุตสาหกรรมกระเบื้องดินเผา เด่นจันทร์ เป็นต้น นอกจากนี้กระทรวงแรงงาน ยังมีการส่งเสริมการรับงานไปทำที่บ้าน โดยผู้พ้นโทษที่สนใจจะประกอบอาชีพอิสระ สามารถจดทะเบียนเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน และกระทรวงแรงงานมีกองทุนเพื่อผู้รับงานไปทำที่บ้าน สำหรับให้ผู้รับงานกู้ยืมเงินเพื่อไปซื้อวัตถุดิบและอุปกรณ์ในการผลิต หรือขยายการผลิตเพื่อสร้างอาชีพ และสร้างรายได้ให้กับผู้รับงานไปทำที่บ้านได้อีกด้วย

โดยมีวงเงินปล่อยกู้ตั้งแต่ 50,000-200,000 บาท อัตราดอกเบี้ยร้อยละ 3 ระยะเวลาผ่อนชำระ 2-5 ปี ทั้งหมดนี้เป็นการเน้นย้ำถึงการให้ความสำคัญของรัฐในการมุ่งเน้นให้คนไทยทุกช่วงวัยมีงานทำอย่างทั่วถึง มีอาชีพที่สร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับตนเอง ปรับเปลี่ยนทัศนคติของสังคมให้เกิดการยอมรับและให้โอกาสผู้พ้นโทษในการกลับเข้าสู่สังคม โดยสามารถขับเคลื่อนให้เป็นสังคมที่มีคุณภาพ เพื่อเป็นการพัฒนาประเทศให้ดียิ่งขึ้น และมุ่งสู่สังคมที่ไม่ทอดทิ้งใครไว้เบื้องหลัง (No One Left Behind)