ตามรวบไอ้หื่นร่วมแก๊งกรอกยาบ้าด.ญ.8ขวบ แล้วเรียงคิวข่มขืน

กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมตัวนายจีรศักดิ์ หรือ เบ้นซ์ สุขเข อายุ 23 ปี อยู่บ้านเลขที่ 325 ม.12 ต.พวา อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี ตามหมายจับศาลจังหวัดจันทบุรี ที่ 211/2560 ลงวันที่ 29 ธ.ค.2560 ในความผิดฐาน “ร่วมกันกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกินสิบสามปี และร่วมกันกระทำอนาจารแก่เด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปี กระทำโดยการขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้และร่วมกันพาบุคคลอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ไปเพื่อการอนาจารแม้ผู้นั้นจะยินยอมก็ตามและร่วมกันพาผู้อื่นไปเพื่อการอนาจารโดยใช้อุบายหลอกลวง” โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่ บริเวณด้านหน้าโรงพยาบาลพระปกเกล้า จ.จันทบุรี

การจับกุมสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2560 ผู้ต้องหารายนี้พร้อมกับพวกอีก 2 คนคือ นายชาตรี หาญชนะ และนายสุรเชษฐ์ จอมคำสิงห์ ได้ร่วมกันก่อเหตุข่มขืน ด.ญ.เอ นามสมมุติ อายุ 8 ปี ซึ่งพักอาศัยอยู่ใกล้เคียงกับบ้านของนายชาตรี ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่ อ.แก่งหางแมว จ.จันทบุรี โดยใช้กลอุบายล่อลวงด.ญ.บี ว่าจะพาไปเที่ยว เมื่อเด็กหญิงหลงเชื่อ ทั้ง 3 คนกลับพาผู้เสียหายไปที่บ้านพักของนายชาตรี ก่อนจะนำยาบ้ามากรอกปากให้ ด.ญ.บี กินและใช้กำลังบังคับข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ทั้ง 3 คน จากนั้นจึงนำร่างของ ด.ญ.บี ที่สลบแน่นิ่งไม่ได้สติไปปล่อยทิ้งไว้ข้างทาง ก่อนจะแยกย้ายกันหลบหนี กระทั่งต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สามารถติดตามจับกุมตัวนายชาตรี และนายสุรเชษฐ์ ได้ คงเหลือเพียงผู้ต้องหารายนี้เพียงคนเดียวที่ยังอยู่ระหว่างการหลบหนี เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมกองปราบฯจึงนำกำลังลงพื้นที่สืบหาเบาะแสกระทั่งทราบว่า นายจีรศักดิ์ นั้นยังคงกบดานซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ จ.จันทบุรี จึงนำกำลังเข้าไปติดตามจับกุมตัวได้ดังกล่าว

จากการสอบสวน นายจีรศักดิ์ ให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าไม่ได้ร่วมลงมือข่มขืนผู้เสียหาย มีเพียงนายชาตรีและนายสุรเชษฐ์ ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ที่ถูกจับกุมตัวไปก่อนหน้านี้เท่านั้นที่เป็นผู้ลงมือก่อเหตุ โดยเริ่มจากนายชาตรี เป็นผู้ข่มขืนผู้เสียหายคนแรกที่บ้านพักของนายชาตรีเอง ก่อนที่ นายสุรเชษฐ์ จะพาผู้เสียหายไปข่มขืนซ้ำอีกทีที่บ้านพักภายในสวนยางพาราซึ่งอยู่ไม่ไกลกับจุดเกิดเหตุแรกเท่าใดนัก จากนั้นทั้ง 2 คนจึงได้โทรศัพท์เรียกให้ตนมาช่วยพาผู้เสียหายไปปล่อยทิ้งไว้กลางทาง เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาตามหมายจับ ก่อนนำตัวส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.แก่งหางแมว รับตัวไปดำเนินการตามกฎหมายต่อไป