สำนักงานการบินพลเรือน เตรียมดำเนินคดี กับผู้บินโดรน ใกล้เฮลิคอปเตอร์ของกองทัพบก ระหว่างลำเลียงหมูป่าเมื่อวานนี้

การบินพลเรือนจ่อดำเนินคดี ผู้บินโดรน ใกล้ ฮ.ลำเลียงหมูป่า

สำนักงานการบินพลเรือน ออกแถลงการณ์ กรณีเมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2561 ตามที่ปรากฏภาพโดรนบินในระยะที่ใกล้เคียงกับเฮลิคอปเตอร์แบบ MI-17 ของกองทัพบก ที่กำลังทำการบินลำเลียงทีมหมูป่าอะคาเดมีชุดแรก ออกจากถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน ไปยังโรงพยาบาลและสามารถถ่ายภาพติดทั้งเฮลิคอปเตอร์และโดรน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่ออากาศยานหรือกระบวนการเคลื่อนย้ายสมาชิกทีมหมูป่านั้น

เมื่ออ้างอิงจากประกาศกระทรวงคมนาคม เรื่อง หลักเกณฑ์การขออนุญาตและเงื่อนไขในการบังคับหรือปล่อยอากาศยานซึ่งไม่มีนักบิน ประเภทอากาศยานที่ควบคุมการบินจากภายนอก พ.ศ. 2558 จึงอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนเงื่อนไขข้อ 5 (2) ระหว่างทำการบิน ข้อ (จ) ต้องทําการบินในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึง พระอาทิตย์ตก ซึ่งสามารถมองเห็นอากาศยานได้อย่างชัดเจน และข้อ (ญ) ห้ามบังคับอากาศยานเข้าใกล้อากาศยาน ซึ่งมีนักบิน หากพบว่ามีความผิดจริงผู้บังคับโดรนลำดังกล่าว จะมีโทษตามพระราชบัญญัติการเดินอากาศ พ.ศ. 2497 ตามมาตรา 80 มีโทษปรับไม่เกิน 50,000 บาท อย่างไรก็ตามสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) จะดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต่อไป

สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ขอแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันว่าศูนย์อำนวยการร่วมค้นหาผู้สูญหายในวนอุทยานถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน อ.แม่สาย จ.เชียงราย และศูนย์สนับสนุนทางอากาศโดยตรงที่ 3กองทัพอากาศที่รับผิดชอบควบคุมการจราจรทางอากาศเหนือเขานางนอนและฝูงบิน 416 ได้กำหนดให้พื้นที่ ในรัศมี 15 ไมล์ทะเล รอบบริเวณวนอุทยานเป็นเขตควบคุมการบินเป็นกรณีชั่วคราว การบังคับหรือปล่อยโดรน ในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว จะต้องได้รับอนุญาตจากศูนย์อำนวยการร่วมฯ ก่อนทุกครั้ง