ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 8 ยืนยันสันเขื่อนทั้ง 77 แห่งในพื้นที่อีสานใต้มั่นคงแข็งแรงดี ไม่เกิดเหตุการณ์เขื่อนแตกแน่นอน

ไม่แตกแน่นอน! ชลประทาน ยันสันเขื่อน77แห่งแข็งแรงดี

หลังจากมีฝนตกลงอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ทุกภาคของประเทศไทย ประกอบกับเกิดเหตุการณ์เขื่อนเซเปียน-เซน้ำน้อย ในแขวงอัตตะปือ ของ สปป.ลาวแตก ทำให้ประชาชนชาวไทย ต่างรู้สึกวิตกกังวลกับปริมาณน้ำที่ไหลลงเขื่อนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะประชาชนชาวภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ซึ่งมีเขื่อนขนาดใหญ่อยู่ จำนวน 6 แห่ง ที่อยู่ในการดูแลของสำนักงานชลประทานที่ 8

ล่าสุด นายวิวัฒน์ ฐิติรัตนอัศว์ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำ สำนักงานชลประทานที่ 8 นครราชสีมา เปิดเผยว่าเขตดูแลของสำนักงานชลประทานที่ 8 นั้น ดูแลพื้นที่ 4 จังหวัด ประกอบไปด้วย นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ ซึ่งมีเขื่อนขนาดใหญ่อยู่ จำนวน 6 แห่ง ซึ่งอยู่ใน จ.นครราชสีมา จำนวน 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนลำตะคอง เขื่อนมูลบน เขื่อนลำแชะ เขื่อนลำพระเพลิง เขื่อนลำปลายมาศ และอยู่ใน จ.บุรีรัมย์ 1 แห่ง คือเขื่อนลำนางรอง ซึ่งภาพรวมปริมาณน้ำของเขื่อนขนาดใหญ่ทั้ง 6 แห่ง ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บรวมอยู่ประมาณ 600 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือเฉลี่ย 53 เปอร์เซ็นต์ ของความจุกักเก็บทั้งหมด ดังนั้นปริมาณน้ำในปีนี้ถือว่ายังไม่มากนัก สามารถรองรับน้ำได้อีกจำนวนมาก

โดยมีการบริหารจัดการน้ำอย่างเป็นระบบเพื่อให้มีน้ำสำหรับอุปโภคบริโภคอย่างเพียงพอในฤดูแล้งหน้า ส่วนเขื่อนขนาดกลาง ในพื้นที่มีทั้งหมด 71 แห่ง ซึ่งปีนี้กรมชลประทานมีนโยบายว่าทั้งเขื่อนขนาดใหญ่ และขนาดกลาง จะต้องมีปริมาณน้ำไม่เกินร้อยละ 80 เพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดน้ำล้นเขื่อนได้

ส่วนเรื่องที่ประชาชนเป็นห่วงว่าสันเขื่อนจะมีความแข็งแรงหรือไม่นั้น ขอให้ประชาชนสบายใจได้ เพราะเจ้าหน้าที่ประจำเขื่อนขนาดใหญ่และขนาดกลาง ทั้ง 77 แห่ง ในความรับผิดชอบของสำนักงานชลประทานที่ 8 ได้สำรวจสันเขื่อนและรายงานผลให้ทราบตลอดช่วงหน้าฝน หากตรวจพบว่ามีการแตกร้าวหรือน้ำซึม จะแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายซ่อมบำรุงรักษา ลงพื้นที่ดำเนินการซ่อมแซมในทันที แต่จนถึงขณะนี้ได้รับรายงานว่าสันเขื่อนทุกแห่งมีความแข็งแรงมั่นคงดี ไม่มีทางเกิดเหตุการณ์เขื่อนแตกแน่นอน