รองอธิบดีกรมป่าไม้ เป็นประธานมอบตราสัญลักษณ์ผู้ผ่านโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การปฏิบัติการปฐมพยาบาล” (ชุดปฏิบัติการเสนารักษ์พิทักษ์ป่า) รุ่นที่ 6

กรมป่าไม้-กรมแพทย์ทหารบก ติวเข้ม “บุรษพยาบาลป่าไม้” ช่วยชีวิตจนท.ภาคสนาม

เมื่อไม่นานมานี้ นายอรรถพล เจริญชันษา รองอธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เป็นประธานมอบตราสัญลักษณ์ให้แก่ผู้ผ่านโครงการฝึกอบรมหลักสูตร “การปฎิบัติการปฐมพยาบาล ชุดปฎิบัติการเสนารักษ์พิทักษ์ป่า รุ่นที่ 6” ซึ่งเป็นลูกจ้างประจำและพนักงานราชการสังกัดสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าทุกสาขา จำนวน 60 ราย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้ชุดปฎิบัติการบุรุษพยาบาลป่าไม้และบุคลากร ด้านป้องกันรักษาป่าให้สามารถนำความรู้ด้านการปฐมพยาบาลไปใช้ในทุกสถานการณ์

โดยมี น.ส.นฤมล นุชเปลี่ยน นักวิชาการป่าไม้ชำนาญการ พ.อ.ทศพล กิจนัทธี อดีตอาจารย์โรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก นายณรงค์ชัย กล่อมวัฒนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า) นายวิวรรธน์ มองเห็นทวีโชค เจ้าพนักงานป่าไม้ชำนาญงานและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมพิธีเป็นสักขีพยาน ที่ศูนย์ฝึกอบรมที่ 6 (เจ็ดคต-โป่งก้อนเส้า) กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ตำบลท่ามะปราง อำเภอแก่งคอย จังหวัดสระบุรี

นายอรรถพล กล่าวว่า น.ส.สุทธิลักษณ์ ระวิวรรณ รองปลัดทส.รักษาการแทนอธิบดีกรมป่าไม้ ได้มอบหมายให้รองอธิบดีกรมป่าไม้เป็นประธานมอบตราสัญลักษณ์ให้แก่ผู้ผ่านโครงการฝึกอบรมฯ เนื่องจากสำนักป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่าของกรมป่าไม้ ได้จัดโครงการดังกล่าวโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มศักยภาพของเจ้าหน้าที่ให้มีความรู้ ความสามารถและเข้าใจเกี่ยวกับการปฎิบัติการปฐมพยาบาล การช่วยชีวิตให้ปลอดภัยและการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงเพื่อรักษาชีวิตเจ้าหน้าที่ป่าไม้ที่ปฎิบัติภาคสนาม สำหรับโครงการฝึกอบรมฯ ได้รับความอนุเคราะห์การจัดหลักสูตรและคณะวิทยากรจากโรงเรียนเสนารักษ์ กรมแพทย์ทหารบก กองพันนักเรียนนายสิบ กรมนักเรียนและหน่วยงานภาครัฐ ร่วมจัดอบรมหลักสูตรอย่างเข้มข้น ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฎิบัติ โดยแบ่งหัวข้อหลักออกเป็นการใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์และยารักษาโรค การปฎิบัติการช่วยฟื้นคืนชีพ (ซีพีอาร์) และการปฐมพยาบาลและการเคลื่อนย้ายผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ ผู้ที่จะได้มอบตราสัญลักษณ์นั้น จะต้องเข้าร่วมโครงการและต้องผ่านการอบรมเป็นเวลาถึง 7 วัน

นอกจากนี้ นายอรรถพล ยังได้ร่วมให้โอวาทแก่ผู้ผ่านฝึกอบรม กล่าวว่า “โดยสิ่งสำคัญ อยากให้ทุกคนน้อมนำศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันรักษาป่า ขณะที่ปัจจุบันสถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ฉะนั้น การปรับตัวให้ทันต่อสถานการณ์และการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในด้านการป้องกันรักษาป่าจึงสำคัญ โดยการฝึกอบรมครั้งนี้ จึงอยากให้นำความรู้ที่ได้จากการฝึกเสนารักษ์พิทักษ์ป่าไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการปฎิบัติงาน ขณะเดียวกัน ให้ยึดหลักปฎิบัติตามโอวาทของพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรและธรรมชาติมาใช้ในทำงาน คือ การภาคภูมิใจในหน้าที่ตน เพราะการได้ทำหน้าที่พิทักษ์ทรัพยากรป่าไม้ ซึ่งบรรพบุรุษของเราเอาเลือดเนื้อปกป้องไว้ถือเป็นเกียรติสูงสุด และสิ่งนี้จะส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานของเราต่อไป”.