ปริมาณน้ำฝนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเริ่มลดลง ส่งผลให้สถานการณ์น้ำล้นตลิ่งไม่ถึงขั้นวิกฤติ มีเพียงพื้นที่ลุ่มท่วมซ้ำซากได้รับผลกระทบ ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำตาปี เริ่มทรงตัวและลดลงอย่างช้าๆ

สุราษฎร์ฯ พื้นที่ลุ่มยังท่วม-แม่น้ำตาปีเริ่มทรงตัว

วันนี้ (13 ส.ค.2561) สภาพอากาศในพื้นที่อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ท้องฟ้าโปร่งขึ้น แต่ยังมีเมฆปกคลุมจำนวนมาก ปริมาณฝนลดลงตั้งแต่เมื่อวานที่ผ่านมา เช่นเดียวกับพื้นที่รอบนอกในอำเภอต่างๆ ส่วนใหญ่ปริมาณน้ำฝนลดลงด้วยเช่นกัน ทำให้ระดับน้ำในลำคลองสายต่างๆเริ่มทรงตัวและลดลงอย่างช้าๆ  ขณะที่ระดับน้ำแม่น้ำตาปีไม่สูงถึงระดับวิกฤติ  เช่นที่ อำเภอพระแสง ระดับน้ำในแม่น้ำตาปียังทรงตัว และคาดว่าจะเริ่มลดลงในไม่ช้า แต่ระดับน้ำยังส่งผลให้ 83 ครัวเรือน ในพื้นที่ หมู่ 8 บ้านบางหยด ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี ยังมีน้ำท่วมพื้นที่ชุมชน ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร

ส่วนพื้นที่กลางน้ำของลุ่มน้ำตาปี ที่อำเภอเคียน ซึ่งรับน้ำจากอำเภอพระแสง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นจากวันที่ผ่านมา 7 เซนติเมตร ยังห่างจากระดับวิกฤติกว่า 60 เซนติเมตร และน้ำยังสามารถระบายสู่ปลายน้ำในอำเภอพุนพินได้อย่างต่อเนื่อง คาดว่าน้ำหลากในครั้งนี้ จะไม่ส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนส่วนใหญ่ แต่อาจมีบ้าง สำหรับบ้านที่อาศัยริมแม่น้ำที่ประกอบอาชีพทำการประมง

ส่วนพื้นที่ติดริมภูเขา ทั้งส่วนที่ติดกับเทือกเขาสก และเทือกเขาแก่งกรุง แม้จะยังมีฝนตกหนักอยู่บ้าง แต่ระดับน้ำในคลองศกและคลองยัน ไม่มากจนเข้าขั้นวิกฤติเหมือนในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ อบต.คลองศก เร่งเข้าสำรวจความเสียหายมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมฟื้นฟูถนนที่ชำรุดจากน้ำป่าไหลหลากให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วแล้ว

ทางด้านอุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ยังคาดการณ์ว่าจะมีกระจายร้อยละ 60 ของพื้นที่ ประชาชนยังต้องระวังฝนตกหนักในบางช่วง เช่นเดียวกับเรือประมงขนาดเล็กควรงดออกจากฝั่งตลอดช่วงนี้ โดยภาพรวมถือว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เหลือเพียงพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำตาปี ที่ต้องรอการระบายน้ำออกสู่ทะเลตามธรรมชาติ เพื่อที่จะกลับมาใช้ชีวิตตามปกติได้อีกครั้ง