สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราชยืนยันยังไม่มีชาวบ้านติดเชื้อพิษสุนัขบ้า หลังกินเนื้อวัวติดเชื้อพิษสุนัขบ้า ขณะที่เจ้าของวัวถูกดำเนินคดี หลังนำวัวไปชำแหละขาย แม้เจ้าหน้าที่สั่งห้ามแล้ว

แจ้งความเจ้าของวัวตายจาก “พิษสุนัขบ้า” ชำแหละเนื้อขาย

หลังจากมีกระแสข่าวชาวบ้าน กินเนื้อวัวติดเชื้อพิษสุนัขบ้าที่ถูกชำแหละจำหน่ายจากท้องที่หมู่ที่ 1 ที่ตำบลนาเรียง  อำเภอพรหมคีรี จังหวัดนครศรีธรรมราช และยังมีผู้ที่จำหน่ายเนื้อต่อไปยังอำเภอเมือง อำเภอนบพิตำและล้มป่วยด้วยอาการตาแดง ซึม น้ำหลายไหลจำนวนกว่า 250 คน ต้องหามส่งโรงพยาบาลนั้น

ล่าสุดนายวิรัตน์ รักษ์พันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช นายแพทย์ไพศาล เกื้ออรุณ สาธารณสุขจังหวัดนครศรีธรรมราช และนายสัตวแพทย์ธนวัฒน์ พันธุ์สนิท ปศุสัตว์จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แถลงถึงกรณีดังกล่าว

ซึ่งนายแพทย์ไพศาล เปิดเผยว่าได้ติดตามกลุ่มเสี่ยง โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ซึ่งเกี่ยวข้องอยู่ในอำเภอพรหมคีรี อำเภอเมือง และอำเภอนบพิตำ 1.กลุ่มที่สัมผัสวัวก่อนที่วัวจะตายคือสัมผัสมาก่อน 2.กลุ่มชำแหละสัมผัสโดยตรง และ 3.กลุ่มที่สัมผัสเนื้อวัวและการนำมาปรุงอาหาร ทั้ง 3 กลุ่มนี้ถูกติดตามตัวฉีดวัคซีนโดยที่ไม่ได้มีอาการใดๆทั้งหมด 116 คน และย้ำว่าไม่มีใครมีการแสดงอาการติดเชื้อ

ขณะที่นายสัตว์แพทย์ธนวัฒน์ เปิดเผยว่าเจ้าหน้าที่ได้เข้าติดตามตั้งแต่ก่อนวัวตายตั้งแต่เช้าวันที่ 12 ก.ย. และมาตายในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน หลังจากที่วัวตายได้แจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบและเมื่อเข้าไปพบว่าวัวได้ถูกชำแหละแล้ว เจ้าหน้าที่จึงเก็บตัวอย่างและสั่งห้ามไม่ให้มีการชำแหละ รวมทั้งสั่งให้ฝังทำลายแล้ว แต่หลังจากนั้นกลับมีการจำหน่าย จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าแจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับเจ้าของวัวตาม พรบ.ควบคุมการฆ่าสัตว์เพื่อการจำหน่ายเนื้อสัตว์

สำหรับภาพรวมของการพบเชื้อพิษสุนัขบ้าในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในจังหวัดนครศรีธรรมราช ในปี 2561 จนถึงวันนี้มีทั้งสิ้น 37 จุด กระจายในหลายอำเภอของจังหวัดนครศรีธรรมราช เจ้าหน้าที่ได้เข้าควบคุมด้วยการฉีดวัคซีนในสัตว์และหากพบว่ามีการฉีดแล้วจะฉีดกระตุ้นซ้ำอีกครั้ง และยืนยันว่ายังไม่มีคนติดเชื้อพิษสุนัขบ้าแม้แต่รายเดียว